ประจำเดือนสิงหาคม-กันยายน 2546

ข่าวหน้าหนึ่ง
>> โชห่วยมุกดาหารกว่า 2,000 รายจี้ภาครัฐเร่งออกกม.ผังเมือง
>> หอการค้ามุกดาหารจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว
>> หอการค้ามุกดาหารฟิตจัด จัดวิ่ง 12 สิงหามหาราชินี
สาส์นจากพ่อเมือง
บทบรรณาธิการ

จดหมายเหตุประธานหอ
สังคมชาวหอ
มองผ่านเลนส์
สู้เศรษฐกิจ
คุยเฟื่องเรื่องเงินทอง
คลุกวงในประกันภัย
ไอทีเซ็นเตอร์พอยท์
อินเตอร์เน็ตโซน
อะเมซิ่งมุกดาหาร
เมนูเพื่อสุขภาพ
ข่าวบริการ
ชีวิตและสุขภาพ
กฎหมายน่ารู้
บันเทิงเริงรมย์
ออโต้คลีนิค
พักครึ่ง
ท่องโลก
กิจกรรมชาวหอ

ข่าวหน้าหนึ่ง
>> โชห่วยมุกดาหารกว่า 2,000 รายจี้ภาครัฐเร่งออกกฎหมายผังเมือง <<

นายปัญญา ลิขิตโฆษิตกุล รองประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหารฝ่ายพาณิชยกรรม ในฐานะประธานชมรม
ค้าปลีก-ค้าส่งมุกดาหาร เปิดเผยว่า "ตามที่รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบในการช่วยเหลือผู้ประกอบ
การค้าปลีกค้าส่งของไทย จากพระราชบัญญัติค้าปลีกค้าส่งเป็นการควบคุมห้างค้าปลีกขนาดใหญ่โดยการออกกฎหมายผังเมือง
เพื่อบังคับใช้นั้น ซึ่งในขณะนี้คณะอนุกรรมการผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็นประธานได้มี
มติข้อสรุปไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในมุกดาหารนั้นสามารถก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่กว่า 1,000 ตาราง
เมตรได้ 5 ตำบล รวมทั้งได้มีการส่งเรื่องไปที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีการประกาศ
บังคับใช้ออกมา โดยประกาศไปเพียงแค่ 3 จังหวัดเท่านั้น (สมุทรปราการ หนองบัวลำภู และสมุทรสาคร)"

"ซึ่งทางหอการค้าจังหวัดมุกดาหารก็ไม่ค่อยเข้าใจว่า มุกดาหารก็ไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งเกี่ยวกับผังเมืองที่ได้ร่วมพิจารณาแต่
อย่างใด แต่ทำไมยังคงไม่ประกาศใช้กฎหมายผังเมืองดังกล่าวในเขตพื้นที่มุกดาหารเสียที"

นายองอาจ โชติบุณยศักดิ์ เลขาธิการหอการค้าเขต 14 เผยว่า"ขณะนี้ได้มีการพยายามกว้านซื้อที่ดินแถบสถานีขนส่งมุกดาหาร
และเร่งขอใบอนุญาตก่อสร้างกับทางเทศบาลเมืองมุกดาหาร ในช่วงที่กฎหมายผังเมืองยังไม่ได้มีผลบังคับใช้ ซึ่งเรามองว่ามัน
ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการในมุกดาหาร ทำไมต้องมาเร่งขอใบอนุญาตก่อสร้างในช่วงที่เป็นสุญญากาศเช่นนี้ ทำไมไม่รอ
ให้ผังเมืองออกมาให้เรียบร้อยก่อน ซึ่งถ้ากฎหมายผังเมืองออกมาเรียบร้อยแล้ว ทางหอการค้าจังหวัดมุกดาหารและชมรมค้า
ปลีกค้าส่งมุกดาหารตลอดจนผู้ประกอบการต่างๆ จะไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้เลยทีเดียว เนื่องจากทุกคนยืนอยู่บนพื้นฐานกฎหมาย
ฉบับเดียวกัน"

นายศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ร่วมเปิดเผยว่า "จากการที่หอการค้าจังหวัดมุกดาหารได้ประชุม
ร่วมกับชมรมค้าปลีกค้าส่งมุกดาหาร ได้ข้อสรุปที่ว่าเราจะมีการรณรงค์ขึ้นป้ายผ้ากว่า 2,000 ผืนในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร เพื่อยืนหยัดในแนวทางการต่อสู้อย่างสันติของเรา ร่วมกับผู้ประกอบการทุกท่านกว่า 2,000 คนในมุกดาหาร ที่เป็นแนวร่วม
กับเรา แล้วยินดีและเต็มใจที่จะร่วมทำกิจกรรมกับเรา"

"หอการค้าจังหวัดมุกดาหารได้รับการติดต่อจากหอการค้า รวมทั้งผู้ประกอบการมากมายจากจังหวัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสกลนคร ร้อยเอ็ด อุตรดิตถ์ เชียงราย จันทบุรีฯลฯ ในเรื่องของการยืนหยัดต่อสู้อย่างสันติ ปกป้องอธิปไตยทางธุรกิจของคนไทยแท้ๆ และแทบทุกจังหวัดได้ยกให้มุกดาหารเป็น "ต้นแบบของการต่อสู้อย่างสันติ" ซึ่งเราจะมีการรณรงค์ทางด้านกิจกรรมอย่างต่อ
เนื่องในการร้อยความรู้ สานสร้างความเข้าใจให้ผู้ประกอบการ ตลอดจนถึงผู้บริโภคให้ทราบว่า ต้องมีการประกาศกฎหมาย
ผังเมืองออกมาเสียก่อน ซึ่งเมื่อนั้นการแข่งขันระหว่างคนไทยแท้ๆ กับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่จะยืนหยัดอยู่บนพื้นฐานแห่ง
ความยุติธรรมอย่างแท้จริง"

"ขณะนี้เราได้ส่งจดหมายเร่งรัดการออกกฎหมายผังเมืองไปถึง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมทั้งประธานคณะกรรมาธิการการพาณิชย์ สภาผู้แทนราษฎร เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหวังว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้" เลขาธิการหอการค้ามุกดาหารกล่าวโดยสรุป

GO TOP

ข่าวหน้าหนึ่ง
>> หอการค้ามุกดาหารจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว <<

ดร.อีดิธ นามประกาย ประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า "หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ได้รับการ
ประสานจากจังหวัดมุกดาหารให้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการแรงงานต่างด้าวในเขตพื้นที่มุกดาหาร ซึ่งขณะนี้ได้มีการ
จับกุมแรงงานต่างด้าวที่ไม่ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งอาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวม"

"ได้รับรายงานจากผู้ประกอบการที่จ้างแรงงานผิดกฎหมายว่า เกิดความยุ่งยากคือ ค่าธรรมเนียมในการขอใบอนุญาตการทำงาน
แรงงานต่างด้าวในค่อนข้างสูง คือประมาณ 3,200 บาทต่อคน ซึ่งสูงมากถ้าเทียบกับผู้ประกอบการที่เปิดร้านอาหาร หรือผู้ช่วย
แม่บ้านต่างๆ ทางหอการค้ามุกดาหาร ได้รับการประสานงานจากจังหวัดในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าว ในการที่
จะจัดระเบียบให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่า ค่าใช้จ่ายอาจจะมีการลดลง รวมทั้งพิธีการขั้นตอนต่างๆ จะมี
การรวบรัดให้กระชับมากยิ่งขึ้นอีกด้วย"

นายพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานกรรมการฝ่ายกิจกรรมสังคม ร่วมเผยว่า"จากที่ได้เข้าร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาค่าแรง
ขั้นต่ำ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร นายนิรันดร์ จงวุฒิเวศย์ เป็นประธานนั้น ได้ข้อสรุปที่ว่า แรงงานจังหวัดมุกดาหาร
และสวัสดิการสังคมจังหวัดมุกดาหาร จะรวบรวมข้อจำกัด และปรับปรุงให้กระบวนการต่างๆ ในการจ้างแรงงานต่างด้าวให้มี
ีความกระชับและชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะได้นำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารลงนาม และเสนอเข้ากระทรวงแรงงาน
และสวัสดิการสังคมอีกต่อไป"

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า "ขณะนี้ได้เข้มงวดในจัดกุมแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่งผลให้ผู้ประกอบ
การ ในมุกดาหารเดือดร้อนไปตามๆกัน ไม่ว่าจะเป็น ตำแหน่งเด็กเสิร์ฟ ผู้ช่วยแม่บ้าน กรรมการต่างๆ"

ดร.อีดิธ นามประกาย กล่าวโดยสรุปว่า "ทางหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร จะเร่งรัดผลักดันให้มีการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้
เป็นรูปธรรมและชัดเจนมากที่สุด"

GO TOP

ข่าวหน้าหนึ่ง
>> หอการค้ามุกดาหารฟิตจัด จัดวิ่ง 12 สิงหามหาราชินี<<


ดร.อีดิธ นามประกาย ประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า "หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เล็งเห็นถึง
ประโยชน์ของกีฬาที่จะช่วยให้เยาวชน รวมทั้งประชาชนในมุกดาหาร ห่างไกลจากยาเสพติด จึงได้จัดโครงการวิ่งเฉลิม
พระเกียรติ 12 สิงหามหาราชินี ในวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2546 ตั้งแต่เวลา 05.00 น.เป็นต้นไป โดยได้รับเกียรติจาก รองผู้ว่า
ราชการจังหวัดมุกดาหาร นายบุญทรง จันกลิ่น เป็นประธานเปิดงาน ณ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้ายงกิจ เพื่อร่วมถวายเป็น
พระราชกุศลในวโรกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษาในปีนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าว
หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ร่วมกับภาครัฐ และภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทยเทรดดิ้ง จำกัด ห้างสรรพสินค้ายงกิจ ดีแทคช็อป และโตโยต้ามุกดาหาร ฯลฯ จัดขึ้นโดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งในการจัดงานจาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
มุกดาหาร ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพจังหวัดมุกดาหาร ชมรมค้าปลีก-ค้าส่งมุกดาหาร รวมทั้งโรงเรียนมุกดาหารซึ่งได้จัดนักเรียน
และครูอาจารย์ร่วมควบคุมการแข่งขัน โดยได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 13 ประเภท ร่วมชิงเงินรางวัลพร้อมเกียรติบัตรมากกว่า
60,000 บาท ซึ่งไฮไลท์ของงานอยู่ที่ การวิ่งในประเภทแม่กับลูก และประเภทสูงอายุ (80 ปีขึ้นไป)"

นายเรวัตร ไกรลาศศิริ รองประธานกรรมการบริหารหอการค้า ร่วมเปิดเผยว่า "โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ เราได้ร่วมจัด
ทำขึ้นกับภาครัฐ และภาคเอกชนในมุกดาหาร เพื่อรณรงค์ต่อต้านให้เยาวชนและประชาชนห่างไกลจากยาเสพติด โดยใช้กีฬาเป็น
สื่อนำ อีกทั้งเสริมสร้างให้มีการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ซึ่งแบ่งเส้นทางวิ่งออกเป็นสองเส้นทาง คือในส่วนของเยาวชนกับผู้สูง อายุใช้ระยะทางวิ่งประมาณ 5.5 กิโลเมตร ส่วนประชาชนทั่วไปใช้เส้นทางวิ่งประมาณ 15 กิโลเมตร โดยหอการค้าจังหวัด
มุกดาหารคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมแข่งขันไม่ต่ำกว่า 2,000 คนโดยเราเปิดให้มีการสมัครเข้าแข่งขันได้ฟรีที่ห้างสรรพสินค้ายงกิจ อีกทั้งในวันงานมีการรับประทานข้าวต้ม โจ๊ก น้ำดื่ม น้ำเต้าหู้ ฟรี พร้อมมีรางวัลให้ลุ้นรับกันฟรีในวันแข่งขันอีกด้วย"

GO TOP




การส่งเสริมและพัฒนามุกดาหารด้านศิลปกรรม

เมื่อฉบับที่ผ่านมา ได้พูดถึงการจัดสวนราชการซึ่งเป็นการเอาธรรมชาติมาประดับตกแต่งให้กับสถานที่ราชการให้ร่มรื่นสวยงาม
เพื่อให้เกิดบรรยากาศที่น่าทำงานและพักผ่อนหย่อนใจ

เมื่อมีธรรมชาติมาประดับตกแต่งแล้วแนวคิดต่อมาก็เป็นการเอาศิลปกรรม ซึ่งมนุษย์เป็นผู้คิดค้นขึ้นมาตกแต่งเสริมสวยให้กับ
จังหวัดมุกดาหาร นั่นคือที่มาของโครงการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดมุกดาหารด้านศิลปกรรมในการดำเนินการที่ผ่านมา
จังหวัดมุกดาหารได้รับเกียรติจากผู้ช่วยศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง คณบดีคณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์จาก มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมคณะซึ่งมีชื่อเสียงในด้านศิลปกรรมของประเทศ ได้มาสำรวจรูปแบบศิลปะพื้นที่ สถานที่สำคัญและ
พื้นที่ติดตั้งผลงานด้านศิลปกรรม ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร และได้สรุปแนวทางจัดทำโครงการดังกล่าวในรูปแบบของ CD พร้อมคำบรรยายโดยจังหวัดได้จัดทำเป็นภาพนิ่งออกมา เพื่อที่จะสามารถนำไปบรรยายให้กับผู้ที่สนใจได้ชมและช่วยกันคิดว่า จังหวัดมุกดาหารของเราจะตกแต่งจังหวัดด้านศิลปกรรมอย่างไร

สถานที่สำคัญที่จะติดตั้งผลงานด้านศิลปกรรม
1. ถนนสายหลักที่จะเข้าตัวเมืองมุกดาหาร จะเป็นศิลปกรรมที่มีลักษณะเป็นซุ้มประตูเมือง ติดตั้งบริเวณกลางถนนทั้ง 4 ทิศ ที่เข้าสู่เมืองมุกดาหาร ซุ้มประตูทั้ง 4 ทิศ จะมีรูปแบบที่มาและความบันดาลใจแตกต่างและไม่ซ้ำแบบกัน อาจจะมีที่มาจากศิลปะ
ขอม ศิลปะจากพระธาตุ ศิลปะภาคอีสานและศิลปะที่มาจากเมืองมุกดาหาร
2. บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำโขง เป็นประติมากรรมซุ้มต้อนรับสู่ประเทศไทย มีลักษณะเป็นซุ้มขนาดใหญ่ แสดงออกถึง วัฒนธรรมไทยภาคอีสาน เพื่อแสดงถึงการต้อนรับชาวอินโดจีนและนานาชาติ
3. ประติมากรรมกลางแจ้ง 3 จุดประกอบด้วย บริเวณรอบหอแก้ว สวนสุขภาพ และตลาดอินโดจีน โดยรวมแล้วจะเป็นลักษณะ เรื่องราว ประวัติเมืองมุกดาหาร ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นสิ่งแวดล้อมธรรมชาติตลอดจนสภาพแวดล้อมบริเวณในการสร้างสรรค์
ประติมากรรม
4. อาคารภายในศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร จะเป็นลักษณะของจิตรกรรมฝาผนังบอกเล่าเรื่องราวจากตำนาน พงศาวดาร ประวัติการสร้างเมืองมุกดาหาร ภาพเขียนเหล่านี้จะเป็นภาพบันทึกประวัติศาสตร์ที่ประชาชนและชาวต่างชาติจะได้เข้ามา
ชื่นชมกับศิลปกรรมขนาดใหญ่ชิ้นนี้

ตามที่ได้กล่าวมาโดยสรุปนี้ จังหวัดมิได้มุ่งหวังว่าโครงการส่งเสริมและพัฒนาจังหวัดมุกดาหารด้านศิลปกรรมนี้จะแล้วเสร็จใน
เวลาอันใกล้นี้ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะมีส่วนช่วยให้โครงการนี้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ทั้งนี้ก็น่าจะเป็นแผนการพัฒนาจังหวัด
ของเรา ได้มีแนวทางในการพัฒนาในด้านศิลปกรรมอย่างชัดเจน ซึ่งขณะนี้ อาจารย์ปรีชา เถาทอง และคณะก็ได้กำหนดรูปแบบ
ต่างๆ ในแต่ละจุดที่จะติดตั้งผลงานทางศิลปกรรมไว้แล้ว เหลือเพียงแต่ชาวมุกดาหารจะนำมาสานต่อเพื่อให้จังหวัดของเรามี
ศิลปกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น ควบคู่ไปกับการนำธรรมชาติมาตกแต่งภายในจังหวัดดังที่ได้ดำเนินการไปแล้ว

GO TOP




สวัสดีครับท่านสมาชิกทุกท่าน วารสารข่าวหอการค้าจังหวัดมุกดาหารฉบับนี้ ต้อนรับวันสำคัญอีกวันหนึ่งของไทยเรา 12 สิงหามหาราชินี "วันแม่แห่งชาติ" ซึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษาในปีนี้ คณะผู้บริหารและสมาชิกหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วยประชาชนชาวไทยทุกคน ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
วารสารข่าวหอการค้าฉบับนี้ ยังคงมีเรื่องราวให้ท่านได้อ่านเข้มข้นเหมือนเดิม ในส่วนของธุรกิจการตลาด ลองพลิกอ่านดูนะครับ มองผ่านเลนส์ วิเคราะห์ให้ท่านทราบเป็นฉากๆ เรื่องราวของเครื่องดื่มชูกำลังที่กวาดยอดขายจากผู้ใช้แรงงานของเราบานตะไท ในส่วนของการแนะนำเว็บไซด์ อินเตอร์เน็ตโซน มีให้นักท่องเว็บทั้งหลายได้แวะเวียนเยี่ยมชมเว็บที่ดีมีประโยชน์ทั้งในส่วนของ
อาหารการกิน ข่าวสารต่างๆ นะครับ ส่วน คุยเฟื่องเรื่องเงินทอง มาสรุปให้ท่านทราบถึงผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำระบบ BALANCED SCORE CARD มาใช้งานกัน ส่วนในด้านสุขภาพก็มาแนะนำถึงการใช้ยาลดน้ำหนักในคอลัมน์ ชีวิตและ
สุขภาพและที่สำคัญช่วงนี้ได้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ออโต้คลีนิค จะมาแนะนำเทคนิคการใช้รถยนต์ให้ปลอดภัยในช่วงฝนหลากเช่นนี้
้นะครับมีข่าวประชาสัมพันธ์อีกสองข่าวครับ ข่าวแรกก็คือ ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของหอการค้ามุกดาหาร ได้พัฒนาปรับปรุง
เว็บไซด์ของเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็คือ www.MUKCHAMBER.com เราจะมีการอัพเดทข่าวแทบทุกวันนำข่าวสารทาง
เศรษฐกิจและสังคมที่เราได้รับ พร้อมเสนอต่อทุกท่านผ่านระบบอินเตอร์เน็ตแทบจะทันใจกันเลยทีเดียวครับ ด้วยปณิธานที่ยึดมั่น
ของคณะกรรมการบริหารหอการค้าชุดปัจจุบันที่ว่า "เราทราบอะไร ทุกท่านต้องได้ทราบเช่นเดียวกันกับเรา" ส่วนอีกข่าวนะครับ ขณะนี้หอการค้ามุกดาหารได้รับอนุเคราะห์เวลาในการเผยแพร่ข่าวสารทางด้านเศรษฐกิจและสังคมจากสถานีวิทยุแห่งประเทศ
ไทย จังหวัดมุกดาหาร โดยผู้อำนวยการสถานี นายสุนทร ชูราศรี ทุกวันเสาร์เวลา 11.30-12.00 น. ทางคลื่น 99.25 Mhz ซึ่งรูปแบบรายการนั้นจะเน้นในเรื่องของเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นที่น่าสนใจในขณะนั้นดำเนินรายการโดยคณะกรรมการบริหาร
หอการค้าจังหวัดมุกดาหารชุดปัจจุบันนั่นเอง ใช้ชื่อรายการว่า "เส้นทางเศรษฐกิจโดยหอการค้า" ถ้าท่านมีข้อแนะนำ ปัญหา
ในส่วนของเศรษฐกิจและสังคมที่ต้องการให้ หอการค้าจังหวัดมุกดาหารรับใช้ เรายินดีครับ เราพร้อมจะนำปัญหาข้อเสนอแนะ
ของท่านเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าในแต่ละเดือน เพื่อหาทางออกให้โดยด่วน เราพร้อมและยินดีแก้ไขปัญหา
ให้แก่ทุกท่านด้วยความเต็มใจเป็นอย่างยิ่งครับผม

โดยสามารถติดต่อได้ที่ โทรศัพท์ 0-4263-3508 หรือทาง E-mail: info@MUKCHAMBER.com
ฉบับนี้ก็หมดเนื้อที่สัมปทานแล้วนะครับ พบกันใหม่ในวารสารข่าวฉบับหน้านะครับ ขอบคุณครับ

GO TOP




สวัสดีท่านสมาชิกและเพื่อน ๆ นักธุรกิจทุกท่าน ครับ สังคมชาวหอก็แวะเวียนกลับมารับใช้ทุก ๆ ท่านอีกเช่นเคยในรอบหลาย
เดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจุดสนใจของจังหวัดมุกดาหารเราจะพุ่งตรงไปที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สองที่จังหวัดมุกดาหาร
อีกครั้ง แต่คราวนี้ความก้าวหน้าไปจนเราค่อนข้างแน่ใจว่า ในปีหน้าคงมีการก่อสร้างสะพานค่อนข้างแน่นอน แต่ปัญหาที่ตามมา ล่ะ ยังมีอีกหลายปัญหา หลากหลายเงื่อนไขที่ชาวจังหวัดมุกดาหาร ต้องร่วมกันช่วยคิดช่วยกันแก้ไข ช่วยกันฝ่าฝันไปให้ถึงสิ่งที่
เราทุกคนฝันไว้ และก็วกกลับมาที่เรื่องราวความเป็นไปของสังคมในจังหวัดมุกดาหารกันต่อเลยนะครับ

GO TOP




เมื่อยักษ์ใหญ่โดนควายไล่ขวิด


โดนขวิดแบบเต็มๆ เลยทีเดียวครับ เมื่อยักษ์ใหญ่เจ้าตลาดเครื่องดื่มชูกำลังอย่างโอสถสภาที่มี สินค้าในมือกว่า 5 ยี่ห้อ ไล่ตั้งแต่ เอ็ม-150 เอ็ม-100 ลิโพวิตันดี ฉลาม และ .357 โดนนักเลงดีอย่างคาราบาวแดงไล่บี้ส่วนแบ่งตลาดมาติดๆ แรกเริ่มเดิมทีนั้นเอ็ม-150 วางตลาดเดินเคียงคู่กับเสริมสุข ซึ่งรับบทเป็นผู้จัดจำหน่ายกระจายสินค้าให้ ว่ากันว่าในเมืองไทยนั้น ทีมกระจายสินค้าของเสริมสุข หรือเป๊ปซี่นั้นแข็งแกร่งที่สุดในเมืองไทยทีมหนึ่งเลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นจะเป็น 1 ใน 5 ของประเทศทั่วโลกที่เป๊ปซี่มีส่วนแบ่งการตลาดเหนือโค้กกระนั้นหรือ? โอสถสภาเกี่ยวก้อยวางตลาดเครื่องดื่มชูกำลังกับเสริมสุขมานานอักโขมาก เริ่มตั้งแต่ฟักไข่กันเลยทีเดียว ความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสองฝ่ายส่งผลให้ เอ็ม-150 โค่นกระทิงแดง ร่วงจากบัลลังก์ได้อย่างไม่เป็นท่า พอเนิ่นนานไปเมื่อสัญญาการจัดจำหน่ายที่ทำกันระหว่างสองฝ่ายเริ่มใกล้จะงวดหมดสัญญากันเต็มที โอสถสภาก็หันมาทบทวนบทบาทตัวเองที่ว่า เราก็สามารถกระจายสินค้าได้เองนี่ สินค้าก็ติดตลาดเป็นเบอร์หนึ่งอยู่แล้ว จะมัวมาแบ่งผลกำไรให้กับคนอื่นได้อย่างไร ก็เลยสะบัดรักเสริมสุข หันมาตั้งทีมกระจายสินค้าเอง

คาราบาวแดง เห็นดังกล่าวก็ได้ที ติดต่อเสริมสุขให้รับบทผู้กระจายสินค้า ซึ่งต้องยอมรับในความแข็งแกร่งของทีมกระจายสินค้าเป๊ปซี่ว่า เหนือชั้น แพรวพราวจริงๆ วันแรกที่กำหนดวางตลาดนั้นจะพบเห็น คาราบาวแดงวางอยู่เกือบทุกตู้แช่ทั่วประเทศไทยเลยทีเดียว เริ่มต้นได้ดีมากทีเดียวครับสำหรับ น้องใหม่อย่างคาราบาวแดง ของพี่แอ๊ด คาราบาว ที่ผันตัวเองจากนักร้อง เข้าสู่อีกอาชีพหนึ่ง ยี่ห้อ คาราบาว นี่เองที่คนไทยรู้จักกันมานานกว่า 20 ปีแล้ว รู้จักยี่ห้อมากกว่าตัวสินค้า(เครื่องดื่มชูกำลัง) เสียอีก ส่งผลให้สินค้าติดลมบนได้อย่างรวดเร็ว นี่ยังไม่นับสปอตโฆษณาทางโทรทัศน์ที่กระหน่ำออกมา ถี่ยิบกันเลยทีเดียว ลูกเล็กเด็กแดง แทบจะร้องเพลงนี้กันได้แทบทุกคนล่ะครับ ก็เพลงประกอบโฆษณานักสู้ผู้ยิ่งใหญ่นั่นไงครับ ทีแรกก็กะว่าจะกวาดส่วนแบ่งตลาดประมาณ 10 เปอร์เซนต์เท่านั้นสำหรับปี 2546 พอสินค้าติดตลาดอย่างนี้ฉุดรั้งยังไงก็ไม่อยู่แล้วล่ะครับ จากสถานการณ์ปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณ 25 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว กะกันว่าสิ้นปีนี้น่าจะอยู่ที่ 30%
อยู่กันไม่เป็นสุขล่ะครับสำหรับเบอร์หนึ่งที่มีส่วนแบ่งตลาดในมือรวมกันกว่า 60% อย่างค่ายโอสถสภา หันมาทบทวนแบรนด์ เอ็ม-150 โดยชูจุดขายที่คนรุ่นใหม่ เข็นนักร้องแกรมมี่ไล่ตั้งแต่ โลโซ มอส ซิลลี่ฟูลส์ พ่วงท้ายด้วยเคท ไบรโอนี่ นักร้องหญิงจากค่ายเดียวกัน วางกลุ่มเป้าหมายที่วัยรุ่น คนรุ่นใหม่ อัดโฆษณาทางโทรทัศน์ถี่ยิบกันเลยทีเดียว รวมทั้งทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศของ 4 นักร้องดังกล่าว ส่วน .357 น้องเล็กอีกคนในเครือนั้นก็มาปรับโฉมกันอีกครั้ง กระหน่ำโฆษณาถี่ยิบเช่นกัน ติดป้ายโฆษณา บิลบอร์ด บนรถประจำทาง แท็กซี่ มากมายเลยทีเดียว กะจะป้องกัน คาราบาวแดง ก่อนว่าถ้าคิดจะผ่านด่านไปถึง เอ็ม-150 ก็ขอให้ผ่าน .357 ไปก่อนก็แล้วกัน โดย .357 ก็กลับมาชูประเด็นในเรื่องของฝาแดงกันอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า .357 ฝาแดง ชาตินี้ต้องลอง ซึ่งก็ไม่เข้าใจเลยทีเดียวว่าทำไมเครื่องดื่มชูกำลังของไทยต้องมีคำว่า "แดง" ลงท้าย ไม่ว่าจะเป็น กระทิงแดง คาราบาวแดง .357 ฝาแดง ใครพอรู้ช่วยอีเมล์ตอบทีที่ srisak@MUKCHAMBER.com (ฮ่า ฮ่า ฮ่า...)

ตอนนี้มาดูกัน ฟากยักษ์เบอร์สองอย่าง กระทิงแดงกันบ้าง หนักพอสมควรครับสำหรับฝ่ายการตลาดของกระทิงแดงค่ายยักษ์ค่ายนี้ การปัดฝุ่นแบรนด์ของ "ลูกทุ่ง" ซึ่งวางตลาดมานานพอสมควรแล้วแต่ไม่ค่อยทำการประชาสัมพันธ์มากเท่าไหร่ โดยชูแบรนด์ ลูกทุ่ง ในเรื่องของราคาเป็นหลัก โดยขายเพียง 7 บาทเท่านั้น รวมทั้งความเป็นลูกทุ่ง ซึ่งแน่นอนว่ากลุ่มเป้าหมายจะเป็นใครไปเสียไม่ได้นอกจาก คนไทยหัวใจลูกทุ่ง กระหน่ำถี่ยิบพอสมควรล่ะครับ สำหรับโฆษณาซึ่งมีหลายเวอร์ชั่นมาก ไล่ตั้งแต่ หนุ่มลูกทุ่งไปช่วยเปลี่ยนยางรถยนต์ของสาวสวยที่จอดริมทาง รวมทั้งคุณยายมาช่วยขับรถเมล์ หรือวินมอเตอร์ไซค์ที่หน้าตาก็หื่นพอสมควร ฯลฯ ส่วนลูกพี่ใหญ่อย่าง กระทิงแดง ก็กลับมาชูในเรื่องของ "ลูกผู้ชายตัวจริง" เอาไว้ชนกับ "นักสู้ผู้ยิ่งใหญ่" ของคาราบาวแดง เลยทีเดียว โดยเน้นในเรื่องของการช่วยเหลือสังคม ช่วยผู้ด้อยโอกาส ซึ่งกระทิงแดงก็หวังว่าจะรักษาตำแหน่งเบอร์ 2 ของตลาดเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่ยอมเพลี่ยงพลั้งตกเป็นเบอร์ 3 อีกอย่างเด็ดขาด

สนุกทีเดียวล่ะครับ สำหรับสมรภูมิเครื่องดื่มชูกำลังของเมืองไทย แว่วว่าเร็วๆ นี้ โคคา-โคล่า(โค้ก) จะเข็นเครื่องดื่มชูกำลังของตัวเองออกมาสู้ศึกอีกล่ะครับ เนื่องจากทนเห็นความเย้ายวนของมูลค่าตลาดไม่ไหว และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็มันส์ล่ะครับ ไม่แพ้สมรภูมิอื่นเลยทีเดียว

GO TOP




ไม่ทราบว่า ใครจะเป็นเหมือนผมหรือเปล่า นะครับ ผมชอบนั่งฟังผู้ใหญ่ เล่าเรื่องราวในอดีต เล่าประวัติศาสตร์ ของแต่ละคน เล่าความเป็นมา ความเป็นไป ของแต่ละตระกูล เราการสร้างเนื้อสร้างตัว มันก็มีทั้งคนที่ประสบความสำเร็จ และคนที่ล้มเหลว แต่มันก็น่าฟังทุกเรื่องละครับ คนบางคนเรานึกไม่ออกว่า เค้าเป็นเศรษฐีร้อยล้านพันล้านได้ไง ในเมื่อ เค้ามาจากเมืองจีน มีแต่ตัวกับหัวใจ มาแบบ ไม่มีแม้กระทั่งที่จะซุกหัวนอน หลาย ๆ ท่าน อาจจะเคยดูละคร เกี่ยวกับการสร้างเนื้อสร้างตัวของคนจีน อาจจะเคยอ่านหนังสือประวัติของเศรษฐีแต่ละคน ผมว่า เราอาจจะรู้แต่นึกไม่ออกว่า ตลอดเวลาหลายสิบปี พวกท่านเหล่านั้น ต้องเผชิญอะไรบ้าง เรามักจะเห็นผลลัพธ์สุดท้าย ตอนที่ธุรกิจมั่งคงแล้ว หรือตอนที่ลูก ๆ หลาน ๆ ของท่านเหล่านั้น มีบ้านหลังงาม รถเก๋งคันโตขับ แต่เราคงนึกไม่ออกว่า วันแรก ที่ท่านเศรษฐี เหล่านั้น ลงมือทำการค้า ในสมองท่านคิดอะไรบ้าง หรือท่านฝันถึงอะไรบ้าง ผมเชื่อว่า ท่านคงไม่นึกอะไรมากไปกว่า เอาตัวในรอดในวันนั้น ก็พอ ใครจะไปฝันว่าตัวเองมีโรงงานเป็นร้อยล้าน ในขนาดที่มีเงินไม่พอซื้อข้าวประทังท้องกิน ก็คงมีอยู่ไม่กี่คน ที่ฝันถึงบ้าง แต่ว่า ก็คงไม่มากไปกว่า ว่า จะทำยังไง ให้ตัวเองมีชีวิตรอดในวันนี้ไปได้มากกว่า นั้นแหละครับ สัญชาติญาณ มีหลายคนบอกผมว่า การผ่านวิกฤตของชีวิต หรือปัญหาของชีวิต มันต้องใช้สัญชาติญาณ การเอาตัวรอดมากที่สุด เวลาที่เราเจอปัญหาหนัก ๆ หรือเจอเรื่องประดังประเดเข้ามา คงไม่มีใครมีสมองอันสดใส ที่คิดโน้นคิดนี้ได้ ครับ มีแต่สัญชาติญาณการเอาตัวรอดของสัตว์โลก วันนี้ เราจะเห็นนักธุรกิจที่เมื่อสี่ห้าปีก่อน เป็นคนล้มละลาย เป็นคนที่ถูกตราหน้าว่า ล้มเหลวในการทำธุรกิจ แต่วันนี้ หลาย ๆ ท่าน กลับมายืน และประกาศ การกลับมาอีกครั้ง และอีกหลาย ๆ ท่าน ก็ยังคงต่อสู้และยืนหยัดกับหนี้พันล้านหมื่นล้านอยุ่ อย่างไม่ยอมแพ้ ผมเคยนึกแปลกใจอยู่หลายหนเวลาอ่านข่าวคนฆ่าตัวตาย หนีหนี้ไม่กี่หมื่นบาท หรือ ฆ่าตัวตายเพราะธุรกิจล้มเหลว แต่ผมกลับไม่ค่อยได้ยิน นักธุรกิจระดับพันล้าน หรือหมื่นล้าน ฆ่าตัวตาย ทั้งที่ เราแค่นึก เราก็ไม่อยากมีชี่วิตอยู่แล้ว แต่พวกท่านเหล่านั้น กลับยืนหยัดสุ้ สู้ และสู้ มาหลายปี โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้เลย เกือบเจ็ดปี ที่ เรา ต้องเผชิญ กับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวหนึ่งโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่ คนที่เคยกู้เงิน อยู่ ๆ ค่าเงินบาท ก็ลด ลองนึกดูว่า วันหนึ่งเมื่อคุณตื่นขึ้นมา ต้องเป็นหนี้ เพิ่มขึ้นอีกร้อยเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่คุณไม่ได้ทำอะไรผิดเลย คุณจะรู้สึกอย่างไรบ้าง ผมอ่านข่าวและพยายามติดตามข่าวของนักธุรกิจใหญ่ ๆ หลาย ท่าน ทุกคนช็อคหมด ครับ ช็อคจริงๆ นะครับ แต่ก็เป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ท่านเหล่านั้น ก็ปรับตัว เข้ามาสู่โลกแห่งความจริง ยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น และก็พยายามแก้ไข ตามแต่วิธีของใคร นะครับ ที่สุดแล้วเมื่อเรายอมรับความจริงของชีวิตที่เกิดขึ้น ยอมรับที่มันจะเป็นส่วนหนึ่งตลอดชีวิตของเรา ยอมรับที่มันย้อนกลับไปเริ่มต้นไม่ได้แล้ว ยอมรับที่จะเดินต่อไป ทำต่อไป ได้แค่ไหนก็แค่นั้น นั้นแหละครับ ชีวิตจริงที่ต้องดำเนินต่อไป ก็ในเมื่อมันเป็นชีวิตของเรา ที่ไม่สามารถหยิบยื่นไปให้ใครได้แล้ว เราก็ต้องดูแลมันต่อไป ที่จริงผมอยากเขียนบทความยกย่องเรื่องราวของนักสู้หลาย ๆ ท่าน ที่ผ่านวิกฤติในช่วงระยะเวลาเจ็ดปี เพื่อ เป็นนัยยะที่รัฐบาลไทยประกาศใช้หนี้ คืน IMF หมดแล้ว บทเรียนคราวนี้ คงทำให้ใครหลาย ๆ คนได้คิดมากขี้น มีสติมากขี้น หวังว่า ชีวิตนี้ ของผม คงไม่ได้ยิน เรื่องราวของ IMF ในประเทศไทย เป็นครั้งที่สาม นะครับ เพราะ สองครั้งที่ผ่านมา ก็เกินพอสำหรับประเทศไทยแล้ว ถ้าขืนยังมีครั้งที่สามอีกละก็ คราวนี้ ก็คงตัวใครตัวมันละครับ

GO TOP




คราวนี้ผมจะมาสรุปผลประโยชน์ ที่จะได้รับจากการนำระบบ BALANCED SCORE CARD มาใช้ นอกจากจะให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ผู้บริหารในการดำเนินธุรกิจอย่างรวดเร็ว ชัดเจน และเจ้าใจง่ายตามที่กล่าวไว้ในฉบับที่แล้ว เราพอที่จะแยกประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในแต่ละประเด็นในแต่ละมุมมองได้ดังนี้.-
1. ด้านลูกค้า
ได้รับสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพ และได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดี
ได้รับสินค้าหรือบริการที่สะดวก รวดเร็ว และตรงเวลา
ได้เลือกใช้สินค้าหรือบริการต่างๆ ที่ทันสมัยและเทคโนโลยีใหม่ๆ
สามารถวางแผนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. ด้านภายในองค์กร
มีระบบการดำเนินงานและประเมินผลที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพ
มีการประสานงานภายในองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรและเกิดบรรยากาศที่ดีในการปฏิบัติงานภายในองค์กร
มีระบบการวัดและประเมินผลการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิภาพทำให้เกิดขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานด้วยความกระตือรือร้น
บุคลากรมีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติงานในองค์กร
3. ด้านผู้ถือหุ้น
ได้รับผลตอบแทนต่อเงินลงทุนจากการบริหารงานที่โปร่งใสและมีคุณภาพ
ได้รับทราบข้อมูลการบริหารงานที่ชัดเจนและโปร่งใส
มีความมั่นใจในการลงทุน
มีความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมในการเป็นผู้ถือหุ้น
4. ด้านการเรียนรู้และการเติบโตขององค์กร
มีการพัฒนาเทคนิคและเทคโนโลยีในการให้บริการหรือสินค้าใหม่ออกสู่ตลาดโดยสม่ำเสมอ
มีการส่งเสริมและสนับสนุนบุคลากรให้มีการพัฒนาความรู้ความสามารถ ในการปฏิบัติงานและให้บริการลูกค้าอย่างผู้เชี่ยวชาญ
มีศักยภาพของความเจริญก้าวหน้าและเติบโตขององค์กร และบุคลากรในการดำเนินธุรกิจ
มีคลังและแหล่งรวบรวมองค์ความรู้สำหรับใช้เป็นแนวทาง ในการพัฒนาและเรียนรู้ในการดำเนินธุรกิจ

อย่างไรก็ตามในการใช้ระบบวัดผลแบบ BALANCED SCORE CARD ให้ประสบผลสำเร็จ ต้องอาศัยปัจจัยต่างๆ ดังนี้ด้วย
เลือกหน่วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม เนื่องจากองค์กรไม่สามารถทุ่มเททรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้กับทุกหน่วยงาน และทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ได้
ต้องรักษาและส่งเสริมความเป็นเลิศตลอดไป
ผู้บริหารระดับสูงจะต้องสนับสนุนผู้บริหาร และพนักงานทุกคนให้มีความมุ่งมั่นที่จะพิชิตคู่ต่อสู้ และอุปสรรคต่าง ๆ โดยกำหนดเป้าหมายรวมของพนักงานทุกคนอยู่ที่คู่แข่งขันภายนอก มิใช่การแข่งขันกันเองในระยะหน่วยงาน
ผู้บริหารระดับสูงต้องให้การสนับสนุนในด้านกำลังคน เงินทุน ระบบข้อมูลและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ในการปรับปรุงและพัฒนากระบวนการปฏิบัติงานให้ทันสมัยและก้าวหน้าเสมอ
ผู้บริหารระดับสูงควรให้ความสำคัญแก่หน่วยงาน หรือบุคลากรที่ปฏิบัติงานดีเด่น เพื่อเป็นแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งบริษัทจะได้รับผลสะท้อนกลับมาเป็นความเจริญรุ่งเรืองขององค์กรในที่สุด

คงจะเข้าใจกันมากขึ้นไม่มากก็น้อยในเรื่องของ BALANCED SCORE CARD นะครับ ฉบับนี้ผมมีคำขวัญมาฝากท่านผู้อ่านดังนี้ "ถ้าคุณไม่ลองก้าว คุณจะไม่รู้เลยว่าข้างหน้ามีอะไร" สวัสดีครับ

GO TOP




โครงการประกันภัยเอื้ออาทร

โครงการประกันภัยเอื้ออาทร ซึ่งเป็นโครงการใหม่ตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้วางนโยบายไว้ ส่วนหนึ่งที่ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ตามแผนยุทธศาสตร์การประกันภัยภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่เพื่อปากท้อง หรืออีกนัยหนึ่งเพื่อบุคคลในระดับล่างที่ด้อยโอกาส ได้มีสิทธิเอาประกันภัยและได้รับความคุ้มครอง ประมาณไว้ที่ 400,000 บาท/คน โดยชำระค่าเบี้ยประกันภัยคนละ 1 บาท/วัน หรือตกคนละ 365 บาท/คน/ปี ซึ่งเป็นโครงการที่ดีและเพื่อให้โอกาสแก่บุคคลที่มีรายได้น้อย ที่สามารถชำระค่าเบี้ยประกันภัยได้วันละ 1 บาท แต่ทั้งนี้จะให้ความคุ้มครองตามรูปแบบกรมธรรม์อุบัติเหตุส่วนบุคคล โดยสังคมภาพรวมมีประชากรหลายล้านคนที่ยังไม่ได้เอาประกันภัยไว้ และไม่มีกรมธรรม์ใดๆ ที่จะมารองรับโดยเฉพาะบุคคลที่เป็นผู้นำในครอบครัวที่หาเช้ากินค่ำ หรือเป็นบุคคลที่เป็นหัวเรือใหญ่ในการหารายได้ให้แก่ครอบครัว เมื่อเสียชีวิตไป ลูกหลาน ภรรยา-สามี ก็ยังคงมีเงินที่จะจับจ่ายใช้สอยเลี้ยงครอบครัวต่อไป
โดยจะเริ่มต้นจากกลุ่มที่ครอบครัวหรือเป็นเจ้าของจักรยานยนต์ ให้ได้รับความคุ้มครองก่อน เป็นโครงการนำร่อง แล้วจะตามด้วยบุคคลทั่วไป ซึ่งไม่ถือเป็นการบังคับ แล้วแต่ความสมัครใจอย่างไรก็ตามโครงการนี้อยู่ระหว่างการประชุมหารือระหว่างภาครัฐ ประกอบด้วยกรมการขนส่งทางบก กรมการประกันภัย กระทรวงมหาดไทย และภาคเอกชนคือ สมาคมประกันวินาศภัยที่จะหารือว่าในทางปฏิบัติจะดำเนินการอย่างไร โดยทางสมาคมประกันวินาศภัยจะไปปรึกษาหารือกับบริษัทสมาชิกอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ได้เร็วๆนี้
อนึ่งช่องทางในการจำหน่ายประกันภัยตามโครงการนี้ จะเน้นให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่มากที่สุดเป็นตัวแทนขายประกันภัย ซึ่งจะทำให้ทางกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศมีรายได้อีกทางหนึ่ง ซึ่งทางสมาคมประกันวินาศภัย และ/หรือ บริษัทสมาชิกของสมาคมฯ ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้จะเป็นผู้จัดอบรมให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ได้รับความรู้ในการประกันภัยตามโครงการนี้ต่อไป


GO TOP




รถด่วนขบวนความรู้ เทคโนโลยี ระวัง คุณจะตกขยวน!

ทุก 18 เดือน ราคาชิปคอมพิวเตอร์จะตกลงแต่ความสามารถของการประมวลผลข้อมูลจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า แนวความคิดนี้เกิดเมื่อปี 1965 เรียกว่ากฎของมัวร์ (Moore's Law) ซึ่งได้มาจากการสังเกตขนาดของทรานซิสเตอร์ที่เล็กลงของนายกอร์ดอนมัวร์ (Gordon Moore) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอินเทล กระบวนการพัฒนาดังกล่าวได้ดำเนินต่อเนื่องกันมากว่า 40 ปี จนทำให้โปรเซสเซอร์ในปัจจุบันมีกำลังการประมวลผลมหาศาล เป็นมันสมองของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายชนิดทั่วโลก แต่แทนที่จะมีราคาสูงขึ้น ในทางตรงข้าม ราคาของโปรเซสเซอร์กลับลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับจำนวนทรานซิสเตอร์บนตัวชิป และประสิทธิภาพ การที่ประสิทธิภาพของชิปสูงขึ้นและมีราคาถูกลงนั้น สามารถอธิบายได้ด้วยหลัก "Economy of Scale" กล่าวคือ เมื่อชิปมีขนาดเล็กลง ทำให้สามารถผลิตชิปได้จำนวนมากขึ้นต่อซิลิคอนเวเฟอร์ 1 แผ่น นั่นหมายถึงรายได้จากยอดขายเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนเท่าเดิม หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ มีรายได้เท่าเดิม แต่มีต้นทุนการผลิตลดลง ซึ่งส่งผลให้ชิปมีราคาถูกลงด้วย ซึ่งนับตั้งแต่อินเทลปล่อยชิปตัวแรกออกสู่ตลาดเมื่อ 35 ปีก่อน จำนวนทรานซิสเตอร์บนตัวชิปในปัจจุบันจะเพิ่มขึ้นกว่า 300 ล้านเท่า ขณะที่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นประมาณ 80% ต่อปี ส่วนราคาก็ลดลงจาก 1 เหรียญต่อทรานซิสเตอร์เมื่อปี 1968 เหลือเพียง 1 เหรียญต่อ 50 ล้านทรานซิสเตอร์ในปัจจุบัน เคยมีผู้ตั้งคำถามว่า "กฎของมัวร์จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน" นายกอร์ดอน มัวร์ตอบว่า "อาจจะอยู่ได้อีกสักทศวรรษ แม้ในปัจจุบันจะมีอุปสรรคเกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ใหญ่พอจะหยุดยั้งกระบวนการพัฒนาในขณะนี้ได้"
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ผลิตขึ้นมาใช้งานในปี ค.ศ. 1944 มีราคาสูงกว่าคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไปหลายร้อยเท่าถ้าค่าเงินคงที่ แต่คอมพิวเตอร์ที่ใช้กันทั่วไปไม่ต้องเป็นรุ่นที่เร็วที่สุดก็เร็วกว่าคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่ผลิตขึ้นมาเป็นแสนเท่า ไม่เพียงแต่คอมพิวเตอร์เท่านั้นที่ถูกลงแต่อุปกรณ์ที่ใช้แผงวงจรทรานซิสเตอร์และชิปไอซีอื่น ๆ มีราคาถูกลงด้วย(มีข้อสังเกตอีกอย่างคือราคาสินค้าลดลงแต่ค่าแรงเพิ่มขึ้นเช่นในปี 2497 ถ้าคุณทำงานได้ค่าแรงขั้นต่ำคุณต้องทำงานมากกว่า 10 ปี จึงจะสามารถซื้อโทรทัศน์สีมาเป็นของตนเองได้ต่างกับสมัยนี้ทำงานเดือนเดียวก็ซื้อได้)*
ที่เกริ่นมาทั้งหมดยังไม่ได้เข้าประเด็น ประเด็นคือเดี๋ยวนี้เทคโนโลยีและความรู้ด้านใหม่ๆไม่ได้แพงเกินเอื้อมถึงทุกๆคน สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้และเทคโนโลยีและความรู้ใหม่ๆ ไม่ได้หยุดนิ่ง ยังคงพัฒนาไปเรื่อยๆ ในอัตราที่ทวีคูณ ซึ่งนับตั้งแต่ที่มีผู้คิดค้นประดิษฐ์คันไถเป็นต้นมาเรายังเป็นเกษตรกรต่อมาอีก 5,000 ปี จากนั้นเราก็ทำโรงงานอีก 150 ปี แต่ตอนนี้เราอยู่ในยุคเศรษฐกิจแห่งความคิด* แต่ยังมีผู้คนบางส่วนไม่ศึกษาหรือสนใจพัฒนาความรู้และเทคโนโลยีซึ่งก็เหมือนเดินถอยหลังแล้ว บางคนอ้างว่าเสียเงินเสียเวลา บางคนว่าอายุมากเกินไป บางคนอ้างว่าไม่ได้ร่ำเรียนมาด้านนี้ แต่ก่อนจะหาข้ออ้างอื่นๆ อีก ขอให้ดูตัวเลขที่น่าสนใจดังนี้

จะเห็นว่าเศรษฐกิจในช่วงปี 1960 ภาคเกษตรกรรม, อุตสาหกรรม, และบริการ มีอัตราส่วนใกล้เคียงกัน แต่เมื่อถึงปี 1998 เพียง 38 ปี ภาคเกษตรกรรมลดอัตราส่วนลงอย่างมาก ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมคงตัว แต่ภาคบริการกลับเพิ่มขึ้นเท่าตัว ที่จริงภาคบริการเป็นภาคที่คลุมเครือและคำจำกัดความค่อนข้างกว้าง ซึ่งภาคบริการเป็นภาคที่ต้องใช้ความรู้ความชำนาญและใช้ฐานความรู้เป็นองค์ประกอบมากที่สุดและเป็นภาคที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจได้มากที่สุด (ต้นทุนต่ำ-กำไรสูง) ในขณะที่แรงงานและวุตถุดิบมีมูลค่าน้อยลงทุกที ยกตัวอย่างเช่น เทคโนโลยีการออกแบบและกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนมีราคาแพงกว่าค่าเหล็กและกรรมกรในการผลิตรถยนต์ มีการคาดการณ์กันไว้ว่าภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการผลิตที่จะยิ่งใหญ่ต่อไปในอนาคตเป็นภาคที่ต้องใช้เทคโนโลยีระบบสูงในการดำเนินการยกตัวอย่างเช่น นาโนเทคโนโลยี เป็นการผลิตชิ้นส่วนหรือหุ่นยนต์ขนาดเล็กมาก ๆ อาจเท่ากับเซลล์เม็ดเลือดของมนุษย์แล้วฉีดเข้าไปในร่างกายเพื่อรักษาโรคหรือซ่อมแซมอาการผิดปกติบางอย่างได้หรือเทคโนโลยีด้านพันธุวิศวกรรม DNA, Cloning ยารักษาโรค และในไม่นานนี้ท่านที่ตามข่าวด้านเทคโนโลยีอาจได้ยินศัพท์ใหม่ 2 คำคือ ชีวสารสนเทศศาสตร์(Bioinformatics) และ การคอมพิวท์ชีวภาพ(Biocomputing) เป็นต้น

ต่อนี้ไปโลกเราจะหมุนเร็วกว่าเดิม ขอให้ผู้อ่านที่ยังไม่ค่อยสนใจเทคโนโลยีและความรู้ด้านใหม่ ๆ หันมาตามข่าวเทคโนโลยีบ้าง ส่วนผู้ที่ทำงานอยู่คงทำงานเช้าชามเย็มชามต่อไปไม่ได้ต้องศึกษาเพิ่มเติมตลอดเวลาและน้องๆ ที่กำลังเรียนอยู่ขอให้ตั้งใจศึกษาเฉพาะด้านให้เก่งไปสักอย่าง ไม่ใช่เรียนจบแล้วไม่รู้ตัวเองทำอะไรได้บ้างหรือเรียนไปทำไม ที่สำคัญไม่ใช่เรียนเอาวุฒิตามสถาบันต่างๆ เพราะมันคือกระดาษแผ่นเดียว ลองคิดดูว่าหากมีสถาบันการศึกษาที่ ผู้บริหารไม่สนใจเทคโนโลยีและเทคนิคการบริหารแบบใหม่ๆ อาจารย์และบุคลากรทำงานเช้าชามเย็นชามไม่ศึกษาความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และนักศึกษาเข้าไปเรียนเพื่อให้ได้วุฒิเท่านั้น สถาบันนั้นจะผลิตผู้ที่มีความรู้ความสามารถได้ไหม ประเทศไทยจะเป็นยังไง..

"ชาติต่าง ๆ และอารยธรรมทั้งหลายไม่อาจมั่งคั่งหรืออยู่รอดไปได้นานหากไม่สามารถสร้างเสาหลักพื้นฐานสำหรับระบบเศรษฐกิจฐานความรู้ ดังเช่นอารยธรรมเก่าแก่ที่มีเพียงสิ่งก่อสร้างปรักหักพังหลงเหลืออยู่ให้เราไปเที่ยวชม"


GO TOP




สวัสดีครับ ท่านสมาชิกวารสารข่าวหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ฉบับนี้มีเว็บไซด์ที่น่าสนใจมานำเสนอกัน ทั้งในเรื่องของอาหารการกิน ข่าวคราวเกี่ยวกับแวดวงรถยนต์ เครื่องเสียง เว็บไซด์ของหอการค้ามุกดาหาร และท้ายสุดก็เว็บข่าวเพื่อจะได้ไม่พลาดข่าวสำคัญ สำคัญ นะครับ

www.mukchamber.com
เว็บนี้เป็นของหอการค้ามุกดาหาร เราเองล่ะครับ (แฮ่ม) ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศของหอการค้ามุกดาหาร ได้พัฒนาและปรับปรุงเว็บไซด์นี้ขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารข่าวสู่ทุกท่าน ซึ่งคณะกรรมการบริหารหอการค้ามุกดาหารเราได้รับจากหลายๆทาง ด้วยความมุ่งมั่นที่ว่า "ถ้าเราทราบอะไร ทุกท่านก็ต้องทราบเหมือนกับเรา"

www.thaifooddb.com
เว็บไซด์แนะนำทุกท่านเกี่ยวกับอาหารการกิน ไม่ว่าจะเป็น สูตรอาหาร เคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อย รวมทั้งร้านอาหารที่มีชื่อเสียง อร่อยอีกด้วย เหมาะมากครับสำหรับนักชิมตัวยง

www.carvariety.com
ครบครันสำหรับผู้รักรถครับ มีเว็บบอร์ดตอบถามไขปัญหาข้อข้องใจกันอีกด้วย รวมทั้งแนะนำเทคนิคการซื้อรถ แต่งรถ แต่งเครื่องเสียง อีกทั้งแนะนำรถยนต์ใหม่ๆ ให้อีกด้วย น่าสนใจมากครับ

www.manager.co.th
ข่าวในระบบอิเลคโทรนิคส์ครับ เว็บไซด์นี้มีการอัพเดทข่าวกันแทบทุกชั่วโมงกันเลยทีเดียว ที่เด่นๆ เห็นจะเป็นข่าวด้านการเมือง และด้านต่างประเทศ ที่มีให้นักท่องเว็บอย่างเราๆท่านๆ ค้นหาข้อมูลได้อย่างแทบจะทันใจทีเดียว ที่สำคัญก็คือไม่ตกข่าวอีกด้วย

ฉบับนี้ก็หมดเนื้อที่สัมปทานพอดี พบกันใหม่ในวารสารข่าวหอการค้ามุกดาหารฉบับต่อไปครับ อ้อ! เกือบลืมครับ ท่านสามารถรับข่าวสารจากหอการค้ามุกดาหารของเราได้อีกทางวิทยุ โดยรับฟังข่าวสารทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เป็นประโยชน์ ทาง สวท.มุกดาหาร 99.25 Mhz ซึ่งทางหอการค้ามุกดาหารได้รับการอนุเคราะห์เวลาจาก สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย จังหวัดมุกดาหาร ขอบคุณครับ

GO TOP




ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง

จังหวัดมุกดาหาร มีศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องตั้งอยู่ถนนสำราญชายโขงติดริมแม่น้ำโขง หน้าวัดศรีมงคลใต้ ติดกับท่าด่านตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดมุกดาหาร โดยมีเรื่องเล่าขานกันมานานว่า ราวปี พ.ศ.๑๘๙๖ เจ้าฟ้างุ้ม แห่งเมืองลานช้าง เป็นบุตรเขยกษัตริย์เมืองอินทะปัด ได้พาลูกหลานอพยพตามลำน้ำโขง ผ่านเมืองหนองคาย เมืองนครพนม จนถึงเขตเมืองมุกดาหาร แล้วเกิดเรือล่มที่บริเวณปากห้วยมุก ธิดาสาวทั้งสองคนซึ่งมีพระนามว่า พระนางพิมพา กับ พระนางลมพามา สิ้นชีพตักษัย

จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๓๑๓ เจ้ากินรีได้มาสร้างเมืองมุกดาหารพร้อมกับได้สร้างโบสถ์วัดศรีมงคลใต้ขึ้น และในขณะก่อสร้างได้พบพระเมาลีพระพุทธรูปเหล็กจมอยู่ใต้พื้นดิน (บริเวณศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องในปัจจุบัน) จึงขุดไปประดิษฐาน ณ โบสถ์วัดศรีมงคลใต้ แต่พอรุ่งขึ้น พระพุทธรูปเหล็กองค์นั้น ก็กลับมาประดิษฐานอยู่ที่เดิมที่พบในครั้งแรกอีก ชาวบ้านจึงพากันเรียกว่า "พระหลุบเหล็ก" ประกอบกับบริเวณดังกล่าว

ทุกวันขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๖ จะมีเสียงร่ำไห้ของผู้หญิงสองคน ซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นเสียงของพระนางพิมพา กับพระนางลมพามา และได้แสดงอภินิหารให้ปรากฏอยู่เนืองๆ เจ้ากินรี เจ้าเมืองมุกดาหาร ได้สืบทราบประวัติแห่งความเป็นมา จึงตั้งศาลขึ้น ณ ที่แห่งนั้นเพื่อให้วิญญาณได้สิงสถิต เมื่อ พ.ศ.๒๓๑๕ และได้ขนานนามว่า "ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง" อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวเมืองมุกดาหารโดยทั่วกัน โดยถือเอาวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ของทุกปีเดือนที่ทำพิธีเซ่นไหว้และบวงสรวงศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้

GO TOP




ผู้คนยุคนี้ตื่นตัวดูแลเอาใจใส่สุขภาพกันมากอย่างเห็นได้ชัด ทั้งหันมาออกกำลังกายตรวจสุขภาพ ตลอดจนพิถีพิถันเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงวัยต่าง ๆ ที่ให้ความสนใจเรื่องราวเกี่ยวกับสารอาหารมากเป็นพิเศษ อาทิ แคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ธาตุสังกะสี และโฟเลตมีประโยชน์สำหรับหญิงตั้งครรภ์ และยังมีอาหารธรรมชาติอีกหลายชนิดที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการสำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งถ้ามีติดตู้เย็นไว้บ้าง ก็จะดีต่อสุขภาพไม่น้อยเลยทีเดียว
แอปเปิล
ผลไม้หวานกรอบที่เหล่าสา วๆ มักชอบเคี้ยวกรุบกรอบกัน มีทั้งสีแดงและเขียว มีไฟเบอร์ที่ย่อยสลายได้ง่าย ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ดี แอปเปิลมีธาตุโบรอนเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง และยังช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเส้นเลือด แอปเปิลขนาดกลาง 1 ลูก ให้พลังงานประมาณ 80 แคลอรี

อะโวคาโด
บ่อยครั้งที่ผลไม้ชนิดนี้มักถูกเรียกว่า "ผลไม้เนย" ด้วยความที่มันให้ปริมาณไขมันสูง แต่เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวแบบเดี่ยว ดังนั้นอะโวคาโดจึงช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้ อะโวคาโดมีโพแทสเซียมสูง ซึ่งจะช่วยรักษาระดับของเหลวในร่างกายให้อยู่ในภาวะสมดุล อะโวนาโดที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนใหญ่มาจากฟลอริด้า (เปลือกนอกเรียบสีเขียว) มีน้ำมาก ไขมันน้อย มีแคลอรีน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของอะโวคาโดฮาส์ (เปลือกสีเขียวเข้ม) ซึ่งในน้ำหนักครึ่งปอนด์ให้พลังงานสูงถึง 305 แคลอรี แต่อะโวคาโดฟลอริด้าให้พลังงานเพียง 170 แคลอรี

ข้าวบาร์เลย์
การวิจัยทางการแพทย์พบว่าข้าวบาร์เลย์มีคุณสมบัติช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เพราะข้าวบาร์เลย์มีปริมาณไฟเบอร์สูง มีแมกนีเซียมช่วยรักษากระดูกให้แข็งแรง ส่วนวิตามินบีจะรักษาการทำงานของระบบประสาทให้เป็นปกติ ในครัวตะวันออกกลางข้าวบาร์เลย์มักอยู่ในรูปกผลิตภัณฑ์เมล็ดธัญพืช .แต่ครัวอเมริกันนำข้าวบาร์เลย์มาทำสลัดธัญพืช หรือพีลาฟ บาร์เลย์สุก 1 ถ้วย ให้พลังงานประมาณ 270 แคลอรี
ปลาและสัตว์น้ำที่มีเปลือก เช่น ปู กุ้ง หอยต่าง ๆ
นอกจากพืชผักผลไม้แล้ว ปลาก็จัดเป็นอาหารบำรุงสมองชั้นเลิศ เพราะมีกรดโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นไขมันคุณภาพสูงที่ร่างกายต้องการ มีวิตามินบีช่วยเสริมความจำ ช่วยละระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (LDL) และเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ชาวญี่ปุ่นเป็นนักกินปลาตัวยงจึงมีอัตราเป็นโคหัวใจต่ำ ฉะนั้นถ้าคุณอยากมีหัวใจที่แข็งแรงต้องหันมากินปลาให้มาก ๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงพักฟื้น ร่างกายมีความต้องการปลา และกรดโอเมก้า-3 ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นต่อการพัฒนาทางด้านสมองของทารกในครรภ์ รวมทั้งเด็กทารกในวัยกำลังเจริญเติบโต ปลาและสัตว์น้ำมีเปลือก 3 ออนซ์ มีแคลอรีประมาณ 65 - 140 (เปรียบเทียบกับเนื้อวัวขนาดเท่ากันให้พลังงานถึง 230 แคลอรี)
น้ำมันมะกอก
นิยมบริโภคกันมากในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนในบ้านเราก็นำมาปรุงอาหารบางชนิด น้ำมันมะกอกเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ให้พลังงาน 125 แคลอรี


ที่มา http://www.mweb.co.th

GO TOP




เสื้อยืดพระนามาภิไธยย่อ สก. จำหน่ายตัวละ 400.- รายได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ

จังหวัดมุกดาหาร และกระทรวงมหาดไทยแจ้งว่า มูลนิธินพรัช-รัตนโกสินทร์ ได้ผลิตเสื้อยืดพระนามาภิไธยย่อ สก. เพื่อนำรายได้ขึ้นทูลเกล้าฯถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ (72พรรษา)ในวันที่ 12 สิงหาคม 2547 เป็นเสื้อยืดชนิดคอปกเชิ้ตโปโลสปอร์ตสีฟ้า จำหน่ายราคาตัวละ 400 บาท โดยเปิดรับจอง ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร (สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร) และที่ว่าการอำเภอทุกแห่งได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ส่วนรายละเอียดการรับเสื้อจะได้แจ้งให้ทราบในภายหลัง สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานจังหวัดมุกดาหาร ฝ่ายอำนวยการ โทรศัพท์ 0-4261-1330

สรุปสภาวะการค้าชายแดนไทย-ลาว เดือนพฤษภาคม 2546

การค้าชายแดนระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ในเดือนพฤษภาคม 2546 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 473.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการค้า 326.32 ล้านบาท ในเดือนเมษายน 2546 หรือคิดเป็นร้อยละ 45.22 โดยแยกออกได้ดังนี้
สินค้าส่งออก มูลค่าส่งออกรวม 386.29 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2546 ปรากฎว่าเพิ่มขึ้น 72.21 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 22.99 จำแนกออกโดยผ่านพิธีการที่กรมศุลกากร 258.32 ล้านบาท และผ่านพิธีการ ณ ด่านศุลกากรมุกดาหาร 127.96 ล้านบาท สินค้าส่งออกที่สำคัญได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง ยานพาหนะอุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์และส่วนประกอบ สินค้าอุตสาหกรรมและสิ่งทอ
สินค้านำเข้า มูลค่าการนำเข้ารวมทั้งสิ้น 87.60 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2546 ปรากฎว่า เพิ่มขึ้น 75.36 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 615.69 ซึ่งมีมูลค่า 12.24 ล้านบาท สินค้านำเข้าที่สำคัญได้แก่ ไม้แปรรูป รถ (สุทธินำกลับ) อุปกรณ์ก่อสร้าง (สุทธินำกลับ) กระเทียม เส้นไหม ชัน อากรปากระวาง ไฟฉายกางเกงชาย น้ำมันดิบจากเม็ดนุ่น และกากเมล็ดนุ่น
สินค้าผ่านแดน ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2546 มีมูลค่ามูลผ่านแดนรวม 78.50 ล้านบาท จำแนกเป็นสินค้าจกา สปป.ลาว ไปประเทศที่สาม 19.51 ล้านบาท และสินค้าจากประเทศที่สามไป สปป.ลาว 58.99 ล้านบาท
สำหรับสินค้าผ่านแดนที่ สปป.ลาวนำเข้าที่สำคัญได้แก่ ส่วนประกอบรถยนต์เก่า เครื่องมือทำเหมืองแร่และอุปกรณ์ ผ้าและอุปกรณ์ตัดเย็บ รถยนต์ ถุงมือใช้ในโรงพยาบาล และผงชูรส

สอบถามรายละเอียดได้ที่ : สำนักงานพาณิชย์จังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์ 0-4261-1575 E-mail: md_comoffice@mukdahan.net


ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ผังเมืองมุกดาหาร พ.ศ.2546

ตามที่ได้มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงฉบับที่ 327 (พ.ศ.2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ.2518 (ผังเมืองรวมเมืองมุกดาหาร)และได้มีการขยายเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงมาแล้วครั้งหนึ่งนั้น ซึ่งกฎกระทรวงดังกล่าว ได้หมดอายุการใช้บังคับในวันที่ 26มิถุนายน 2546 กรมโยธาธิการและผังเมือง ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขผังเมืองรวมดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ ขอขยายระยะเวลาการใช้บังคับกฎกระทรวงฉบับที่ 327 (พ.ศ.2540) ต่อไปอีกเป็นครั้งที่สอง มีกำหนดหนึ่งปี โดยสิ้นสุด ณ 26 มิถุนายน 2547 สอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร โทรศัพท์/โทรสาร 0-4263-3467

มุกดาหารเป็นเจ้าภาพกีฬานานาชาติลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 3
จังหวัดมุกดาหาร ได้รับเกียรติจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ระหว่างประเทศแถบลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 3 ประจำปี2547 ระหว่างวันที่ 1-5 กรกฎาคม 2547 ณ สนามกีฬากลางจังหวัดมุกดาหาร ซึ่งมีประเทศที่จะส่งนักกีฬาเข้าร่วมทำการแข่งขัน 6 ประเทศคือ กัมพูชา พม่าจีน เวียดนาม ลาว และไทย สอบถามรายละเอียดได้ที่ ศูนย์การท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการจังหวัดมุกดาหาร กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โทรศัพท์ 0-4261-1947

GO TOP




การใช้ยาลดน้ำหนัก


การใช้ยาลดน้ำหนัก
ยาที่นิยมนำมาใช้ลดน้ำหนักแบ่งได้เป็นหลายกลุ่ม ตัวอย่างเช่น
ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ
เป็นที่นิยมมากตามคลินิกลดน้ำหนัก เนื่องจากเห็นผลเร็วมาก ใช้ไม่กี่วันน้ำหนักลดลงมากมาย แต่เป็น ภาพลวงตา เพราะสิ่งที่ลดไปไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นน้ำในร่างกาย ทำให้เกิดการขาดเกลือแร่ที่สำคัญ อาจทำให้เสียชีวิต ไตวายได้
ยากดศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง
ทำให้ไม่อยากกินอาหาร อิ่มเร็ว เนื่องจาก ยานี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรงทำให้มีผลแทรกซ้อนค่อนข้างมาก เช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หงุดหงิด ใจสั่น ปากแห้ง เป็นต้น เมื่อหยุดยาแล้วอาจทำให้อ้วนมากขึ้นได้
ยาเพิ่มการเผาพลาญพลังงานในร่างกาย
เช่น ไทรอยด์ฮอร์โมน ไม่แนะนำให้ใช้โดยเด็ดขาดเพราะมีผลเสียมากกว่าผลดี
ยาที่ช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น
เช่น กลุ่มเส้นใยอาหาร หัวบุก เมล็ดแมงลัก กลุ่มนี้ใช้ได้ผลบ้างในบางราย แต่ต้องร่วมกับการควบคุม อาหารด้วย เพราะหากยังคงกินอาหารมาก หรือ อาหารหวานมันตามปกติแล้วก็จะไม่ได้ผล แถมยังทำให้กระเพาะมีขนาดโตขึ้นอีก กลุ่มนี้มีผลแทรกซ้อนที่สำคัญคือท้องอืด รับประทานมากเกินขนาดอาจมีอาการคล้ายลำไส้อุดตันได้
ส้มแขก หรือ การ์ซีเนีย
มีขายและโฆษณาอย่างเอิกเกริก ส่วนประกอบสำคัญคือ hydroxycitric acid (HCA) สารนี้จะไปช่วย
ป้องกันไม่ให้พลังงานส่วนเกินที่ได้จากแป้งและน้ำตาล ถูกเปลี่ยนเป็นไขมัน โดยกลไกแล้วน่าจะดีเป็นตัวหนึ่ง
ที่มีการศึกษาค่อนข้างมาก แต่น่าเสียดายว่ายังไม่มีการศึกษาที่ดีพอ (โดยปราศจากอคติในการวิจัย) ที่จะ
สรุปได้ว่า HCA ได้ประโยชน์ในการลดน้ำหนัก หรือ ลดการสะสมของไขมัน อย่างไรก็ตามยังไม่มีรายงาน
เกี่ยวกับผลเสียของ HCA ในรูปแบบที่วางขาย ยกเว้นราคาค่อนข้างแพง
ไคโตซาน
เป็นเส้นใยธรรมชาติ สกัดจากเปลือกนอกของสัตว์น้ำทะเล เช่น กุ้ง ปู หอย คุณสมบัติสำคัญที่เป็นที่ยอมรับในวงการ อุตสาหกรรม คือ การดักจับหรือดูดซับไขมันได้ดี จึงมีผู้นำมาจับไขมันจากอาหารในลำไส้ ซึ่งก็ได้ผล หมายความว่าปริมาณไขมัน ในอุจจาระมากขึ้นจริง แต่ก็ยังมีปัญหาเนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น จำนวนประจุบวกบนไคโตซาน คุณสมบัติ การละลาย และ การกระจายตัวเพื่อให้สัมผัสกับไขมัน จากอาหารได้ทั่วถึง สิ่งเหล่านี้ทำให้ไคโตซานไม่ประสบผลสำเร็จในการ ทดลองเท่าที่ควร จจุบันมียาตัวใหม่ที่เพิ่งได้รับการอนุญาตให้ใช้ลดน้ำหนักในสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย ชื่อสามัญคือ Orlistat หรือชื่อ การค้าเรียกว่า Xenical ยานี้เกือบจะเป็นยาที่ดีมากในการใช้ลดน้ำหนัก เนื่องจากไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย (จริงๆแล้วมี แต่น้อยมาก) จึงไม่มีผลต่อสมอง หรือ กระเพาะอาหาร และ ตรงตามทฤษฎีนั่นคือ ลดการดูดซึมของอาหารที่ให้พลังงานมากซึ่งก็คือไขมัน
ปกติแล้วเมื่อเรากินไขมัน ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม ไขมันจะถูกย่อยสลายด้วยน้ำย่อยที่มีชื่อว่า"ไลเปส"ก่อนจึงจะถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย Orlistat จะไปยับยั้งการทำงานของน้ำย่อยไลเปสนี้ ทำให้ไขมันไม่ถูกย่อย จึงไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย และถูกขับถ่ายออกมาทางอุจจาระในที่สุด มีผลงานวิจัยที่เชื่อถือได้ว่า ยานี้ช่วยลดการดูดซึมของไขมันจากอาหารลงประมาณร้อยละ 30 และเมื่อใช้ยานี้ในขนาด 3 แคปซูลต่อวัน พร้อมอาหารแต่ละมื้อ (ข้อมูลในฝรั่ง ซึ่งอาจแตกต่างกันคนไทย) ร่วมกับการควบคุม อาหาร เป็นเวลา 2 ปี เปรียบเทียบกับการใช้ยาหลอก พบว่ายานี้สามารถลดน้ำหนักตัวลงได้ประมาณร้อยละ 10 จากน้ำหนักตัว แรกเริ่ม ในขณะที่การควบคุมอาหารอย่างเดียวลดได้ประมาณร้อยละ 6 ซึ่งก็นับว่าได้ผลดีกว่าไม่กินยา
อย่างไรก็ตามยานี้มีผล แทรกซ้อน แม้ไม่อันตรายแต่เป็นผลแทรกซ้อนที่น่ารำคาญ เช่น ลมในท้อง ในลำไส้มาก ท้องอืด ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำมัน ผายลม มีน้ำมันปนออกมา อุจจาระบ่อย กลั้นอุจจาระไม่อยู่ เป็นต้น
ผลแทรกซ้อนเหล่านี้ขึ้นกับปริมาณไขมันที่กินด้วย กินอาหารไขมันสูง อาการเหล่านี้จะมากตาม ที่จริงแล้วก็เป็นข้อดี เพราะทำให้เราทราบว่าอาหารใดบ้างที่ไม่ควรกิน หรือ ต้องหลีกเลี่ยง ปัญหาอีก ประการหนึ่งคือเรา ยังไม่ทราบผลเสียของการใช้ยานี้ในระยะยาวที่นานกว่า 2 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดวิตามินที่ละลายในไขมัน ผลเสียประการสำคัญคือราคาค่อนข้างแพง แต่ในคนไทยอาจพิจารณาลดขนาดยาลงบ้าง เนื่องจากอาหารของเราไขมันต่ำกว่า อาหารฝรั่งอยู่แล้ว หรือ ใช้เฉพาะมื้อที่เป็นอาหารมื้อหลัก

ที่มา http://www.samunpai.com

GO TOP




อายุความร้องทุกข์

ความจริงอายุความร้องทุกข์ก็คืออายุความฟ้องคดีนั่นเอง หรือจะกล่าวว่าอายุความร้องทุกข์เป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นเงื่อนไขของอายุความฟ้องคดีความผิดอันยอมความได้
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95 ในคดีอาญาถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิด เป็นอันขาดอายุความ
1) ยี่สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกยี่สิบปี
2) สิบห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าเจ็ดปีแต่ยังไม่ถึงยี่สิบปี
3) สิบปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งปีถึงเจ็ดปี
4) ห้าปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกกว่าหนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี
5) หนึ่งปี สำหรับความผิดต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น
ถ้าได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลแล้ว ผู้กระทำความผิดหลบหนีหรือวิกลจริต และศาลสั่งงดการพิจารณาไว้จนเกินกำหนดดังกล่าวแล้ว นับแต่วันที่หลบหนีหรือวันที่ศาลสั่งงดการพิจารณา ก็ให้ถือว่าเป็นอันขาดอายุความเช่นเดียวกัน
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 96 ภายใต้บังคับของมาตรา 95 ในกรณีความผิดอันยอมความได้ ถ้าผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดเป็นอันขาดอายุความ
การที่มาตรา 96 ให้อยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 95 ก็มีความหมายเป็นนัยว่าอายุความร้องทุกข์นั้นเป็นส่วนหนึ่งหรือเงื่อนไขของอายุความตามมาตรา 95 กล่าวคือถ้าเป็นความผิดอันยอมความได้ หรือความผิดต่อส่วนตัว เช่น ข่มขืน กระทำชำเรา ฉ้อโกง ยักยอก บุกรุก เป็นต้น มาตรา 96 บังคับให้ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีขาดอายุความ
ตามนี้จะเห็นได้ว่า อายุความร้องทุกข์สามเดือนดังกล่าวนี้ จะเริ่มนับไม่เหมือนอายุความทั่วไปตามมาตรา 95 กล่าวคือ อายุความร้องทุกข์สามเดือนจะเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้เรื่องกระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ถ้าผู้เสียหายรู้แต่เรื่องความผิด แต่ยังไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น อายุความก็ยังไม่เริ่มนับในขณะที่อายุความทั่วไปของความผิดอันยอมความได้นี้จะเริ่มนับแต่วันกระทำความผิด โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าผู้เสียหายในความผิดนั้นได้รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดหรือไม่

GO TOP





หนังสือน่าอ่านวันนี้!

ผมไปเจอหนังสือเล่มหนึ่ง อ่านแล้วเกิดชอบขึ้นมาทันที อาจเป็นเพราะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามผู้เขียนมาก่อน พี่เขาไม่ได้บ้านะครับแต่คิดแบบแหกคอกต่างหาก พูดถูก พูดตรง ด่าตรงๆ ผู้ใดที่อ่านแล้วถ้าทำไม่ดีก็อาจจะร้อนท้องได้ "พี่ตู้ดีแต่เกิด" จรัสพงษ์ สุรัสดี ลองอ่านดูแล้วจะรู้ว่าในเมืองไทยยังมีคนแบบนี้อีกนะครับ ให้สาระน่าคิด กล้าคิดแหกคอก ลองอ่านดูสักตอนนะครับ เผื่อจะอยากแหกคอกบ้าง

พี่ตู้ จรัสพงษ์ สุรัสวดี เขียน "มาเป็นมหาอำนาจกันดีกว่า ถ้าว่าง"
วิลเลี่ยม เจฟเฟอร์สัน คลินตัน โทรหาผมวันก่อน บอกว่าได้อ่านที่ผมเขียนในมติชนแล้วไม่สบายใจ ถามว่าผมไม่พอใจอเมริกาตรงไหน ทำไมจึงมีข้อความว่า อเมริกันเป็นคนรุนแรง เกเร ผมชี้แจงว่าโรงพิมพ์คงพิมพ์ผิด ความหมายที่แท้จริงของผมคือ อเมริกันชนนั้นใช้คนที่รุนแรง และเกเรได้เก่งที่สุด
ผมคิดอย่างนั้นจริงๆครับ เมื่อสองร้อยกว่าปีที่แล้วนี่เอง ประเทศอเมริกายังแทบไม่มีตัวตน ขณะที่เราผ่านอาณาจักรสุโขทัยและศรีอยุธยา แต่รักษาไว้ไม่ได้ เพราะแดดร้อน ทวีปอเมริกาเหนือเต็มไปด้วยกุ๊ยคาดปืนทั่งฝั่งตะวันตก คนเหล่านี้มาขุดทองแล้วชวด ไม่ยอมกลับไปเชียร์บอลที่อังกฤษก็กลายเป็นมือปืนทั้งในและนอกกฎหมาย ฝั่งตะวันออกมีสมองก็ใช้กุ๊ยตะวันตกให้เป็นประโยชน์สองทาง คือไล่อินเดียนแดงเจ้าของทวีปเดิม และรวมประเทศถึงสามครั้งครับ

ครั้งที่หนึ่ง ไล่เยอรมัน ฝรั่งเศส สเปน คนอังกฤษชนะสงคราม ทั้งทวีปใช้ภาษาอังกฤษ
ครั้งที่สอง ไล่อังกฤษเองเลย ไม่ยอมขึ้นกับกษัตริย์ ตั้งจอร์จ วอชิงตันนั่งเก้าอี้ 4 ปี 2 ที
ครั้งที่สาม ปราบผู้ดีอังกฤษหัวแข็งทางใต้ เปลี่ยนจากยูเนี่ยนเหนือ มาเป็น ยูไนเต็ดสเตททั้งทวีปได้สำเร็จ ก็ไม่ต้องรับกันเองอีกต่อไป ก็หาเรื่องไปรบกับชาวบ้านต่อ ใครทะเลาะกันที่ไหน โดดเข้าไปร่วมด้วยหมด ไม่ใช่ว่าเสือกนะครับ คนมันเคยวิวาท ประเทศบ้าอะไร แค่ร้อยปีมีสงครามกลางเมืองถึงสามครั้ง อยู่เฉยๆ แล้วท้องขึ้น
ตอนนี้กุ๊ยผิวขาวเบาบางลง เพราะติดอาวุธให้คนดีดูแลตัวเองมาร้อยกว่าปีแล้ว พอไม่มีคนอ่อนแอให้รังแกก็ทำงานดีๆ เป็นครับ พวกนี้มาจากประเทศที่เจริญ แต่กุ๊ยผิวอื่นเริ่มแผลงฤทธิ์ซิครับ มาจากประเทศด้อยพัฒนาเดิมเป็นทาส เค้าก็ประกาศเลิกทาสให้ ก็หลงแสงสีไม่กลับอาฟริกา อ้างว่ารถเมล์หมด ยิ่งสมัย แจ็ค เคเนดี้หาเสียง คนดำยิ่งผงาด จนคนขาวที่รังเกียจผิวพลอยเกลียดเคเนดี้ไปด้วย
หนักกว่านั้นอีกครับ กุ๊ยจากอเมริกากลาง และยุโรปใต้ เช่น เม็กซิโก ปอโตริโก อิตาลี แห่มาเต็ม พวกนี้หากินดีๆ ไม่ถนัด ถนัดใช้กำลังเพราะคิดไม่เก่ง

อัลฟองโซ คาโปน เกือบจะสมัครชิงประธานาธิบดี ก็โดน เควิน คอสเนอร์ และชอน คอนเนอรี่ จับเข้าคุกขนได้ เจ้าพ่อทั้งหลายว่าง่ายขึ้น ยกเว้นเจ้าพ่อปากน้ำ มหาอำนาจเก่าทั้งหลายแถบยุโรปยังเบ่งทับกันอยู่ เยอรมันแข็งแรงที่สุด ต้องการสร้างอาณาจักรครอบครองค่อนยุโรปเท่าเทียมโรมัน สงครามโลกทั้งสองครั้งอยู่อีกซีกโลก แต่อเมริกาทนเห็นใครเบ่งไม่ได้ ขอเล่นด้วยและเล่นแรง หาเรื่องเข้าสงครามโดยส่งเรือสินค้าติดอาวุธไปให้เยอรมันยิงก่อน แกล้งทำเป็นนอนหลับที่เพิร์ลฮาเบอร์ ให้ญี่ปุ่นละเลง ยิ่งตอนจบ อเมริกากล้าทิ้งปรมาณู เพราะมีอยู่คนเดียว ตอนเวียดนามไม่กล้าแล้ว เพราะมหาอำนาจอื่นเค้าก็มีปรมาณูเหมือนกัน
ประชาธิปไตยของประเทศแม่แบบเค้ามาจากข้างล่างครับ คือชาวนา ขอมาช่วยงานข้างบน คือขุนนาง ไม่ต้องมีนักศึกษาเป็นคนกลางให้ครับ ชาวนาเค้าถึงของ เค้าใช้แทรกเตอร์เป็น ประเทศอื่นที่เป็นเหยื่อคือ มีคนกลางไล่ข้างบนให้ลุกไป แล้วไปยัดเยียบระบอบใหม่ให้ข้างล่าง ซึ่งไม่รู้เรื่อง ผลก็คือข้างล่างจะเลือกคนที่เขาเดินตาม ซึ่งมักเป็นกระบือเพราะไถนาต้องเดินตามหลังกระบือเป็นประจำ ระบอบที่คิดโดยคนอีกซีอกโลก มาใช้กับคนอีกซีกโลก ย่อมต้องใช้เวลาปรับแต่ง ระหว่างนี้ วัฒนธรรมโลกเสรี ก็ใช้สื่อเข้ามาทำหน้าที่ไส้ศึก ข้างล่างก็เริ่มคึก แสดงออกกันใหญ่
ที่ใดเริ่มมีพรรคแรงงานเตรียมตัวพับฐานได้เลยครับ ถ้าไม่ใช่ประเทศที่เป็นแม่แบบประชาธิปไตย ผู้ใช้แรงงานใช้แรงแสดงออกจริงๆ อเมริกาจึงทำเป็นต่อสู้หนักหนาเรื่องสิทธิมนุษยชน จนรัสเซียล่มเพราะเต้นตามสื่อเสรี จีนคือเป้าหมายต่อไปเพราะกินข้าวขาวเป็นอาหารหลัก วิตามินในสมองไม่พอ อเมริกาเชื่ออย่างนั้นครับ จีนก็รู้ตัวไม่เต้นตามเพราะคิดเป็น เนื่องจากประเทศจีนออกทะเลได้ ไม่ขาดไอโอดีนซึ่งมีผลต่อสมองเช่นกัน
อังกฤษ อเมริกา ก็หันไปหาประเทศไร้ทะเลเสร็จทุกราย ได้ระบอบนี้ไปใช้ไม่เป็น ยิ่งใจกลางอาฟริกาไม่รู้กี่ประเทศ กินข้าวขาวและขาดไอโอดีน เพราะออกทะเลไม่ได้ เผ่าเดียวกันอยู่บนเขาบ้านเราครับ ขาดไอโอดีน กลัวคอพอก ก็สวมปลอกคอยาวเป็นยีราฟไว้ .....


GO TOP




ขับรถหน้าฝน


เริ่มเข้าหน้าฝนแล้ว การขับรถก็ต้องระมัดระวังกว่าตอนปกติที่ฝนไม่ตก เพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย ทางเราได้รวบรวมเนื้อหาเทคนิค "การขับรถหน้าฝน" เอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะจากอีเมล์เพื่อนๆ หรือสมาชิกที่ส่งกันเข้ามา หรือจากทางรายการ ฅ.คนรักรถ และจากหนังสือ, เว็บต่างๆ ก็ต้องขอขอบคุณเจ้าของข้อมูลทุกท่าน (ซึ่งก็เยอะมากเก็บไว้นานจนจำไม่ได้แล้ว ต้องขออภัยด้วยที่มิได้ลงชื่อไว้ครับ ก็ขอให้ได้บุญกุศลกันถ้วนหน้าครับ) ทางเราขอนำข้อมูลมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ขับรถท่านอื่นๆ ที่ยังไม่ทราบ เน้นสาระเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนนเท่านั้นครับ มิได้หวังผลทางธุรกิจแต่อย่างใด

บางครั้งฝนก็ตก รถก็ติด หากเราใจร้อนวู่วาม เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ไม่เพียงก่อความเสียหาย หรือสูญเสียแค่ รถต้นเหตุกับคู่กรณีเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายขยายวงกว้างเป็นลูกโซ่ออกไปอีกมาก เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุ คุณเคยสังเกตุไหมครับ ว่ารถที่ติดอยู่ด้านหลังคุณนั้นมีจำนวนเท่าใด? หากตกลงกันได้เข้าข้างทางได้ก็ดีไป หากไม่ได้ก็ต้องรอประกัน รอตำรวจเข้ามาตัดสินแยกคู่กรณี ยิ่งเนิ่นนานเท่าไรรถก็ยิ่งติดสะสมมากเท่านั้น บางครั้งรถชนกันคาอยู่บนถนนแค่ 15-20 นาทีเท่านั้น แต่จำนวนรถที่ติดสะสมนั้น 4 ชั่วโมงไปแล้วยังไม่สามารถบรรเทาการติดไปได้เลยครับ (ถ้าคุณได้ฟัง สวพ.91 หรือ จส.100 เป็นประจำคุณจะเข้าใจได้ดีครับ) หากมีผู้บาดเจ็บ ก็ต้องเดือดร้อนถึงหน่วยกู้ภัย รถพยาบาล ที่จะต้องห้อตะบึงมายังที่เกิดเหตุอีก ทั้งหมอทั้งพยาบาล และผู้อยู่ทางบ้านที่รอคอยการกลับมาของคุณบนท้องถนน ต่างก็ได้รับความเดือดร้อนกันทั่วหน้า นี่ยังไม่พูดถึงหากคุณ หรือคู่กรณีต้องนอน โรงพยาบาลอีกนะครับ บางครั้งใจเย็นกันสักนิด ให้อภัยกันสักหน่อย อุบัติเหตุก็จะไม่เกิดครับ หลายครั้งหลายหน ที่ผมติดอยู่บนถนน พบเห็นอุบัติเหตุ ที่ไม่น่าจะเกิด เช่นการเบียดการแทรก การไม่ยอมกัน ซึ่งมันไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ถ้ารู้วินัย ให้อภัยกัน เห็นบางคันอุตส่าเปิดไฟเลี้ยวขอทางตั้งนานแล้ว ก็ยังหาผู้มีน้ำใจชะรอให้อย่างยากเย็น พอมีช่วงรถทิ้งห่าง แทนที่จะได้ไป รถคันหลังเห็นเปิดไฟเลี้ยวไว้ แทนที่จะชลอกลับเร่งเครื่องขึ้นมา ก็ทำให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น แบบที่ไม่น่าจะเกิดเลย ใจเย็นสักนิด ให้อภัยกันสักหน่อย คนไทยด้วยกัน ให้สมกับที่เป็นคนเมืองพุทธ วัดเต็มบ้าน พระเต็มเมืองครับ คนที่คอยอยู่ที่บ้านจะได้ยิ้มกันอย่างเต็มตา เมื่อเห็นหน้าคุณ......

อย่างไรเราก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค บนท้องถนน ให้ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย และสวัสดิภาพครับ เมื่อ 2 ปีที่แล้วผมผ่านแถวสะพานหัวช้าง ยังนิยมชมชอบป้ายโฆษณาใหญ่ๆ อยู่ป้ายหนึ่ง ไม่ทราบว่าเป็นของบริษัทไหนเสียแล้ว มีข้อความและรูปภาพที่ค่อนข้างโดนใจมากคือ "ขับพลาดพวงนี้ (รูปพวงมาลัยรถ) รับฟรีพวงนี้ (รูปพวงหรีด)" ขอฝากคาถาไว้บทหนึ่งให้ท่องไว้เวลารถติดครับ "ถึงช้า ดีกว่าไม่ถึงซะเลย" ขอให้โชคดีตลอดหน้าฝนนี้กันทุกท่านครับ..... วิหค เริงลม

สิ่งที่ควรปฏิบัติตอนฝนตก
1. ที่ปัดน้ำฝนครับ ยางเก่าหรือเปล่า
2. ขับทิ้งช่วยห่างให้มากกว่าปกติด้วยครับ ถนนลื่นไม่สามารถหยุดกระทันหัน เหมือนถนนแห้งได้ครับ
3. เช็คไฟหน้า และไฟเบรค ให้เรียบร้อย แล้วก็อย่าลืมพกร่มไปด้วย เดี๋ยวเป็นหวัด
4. เปลี่ยนน้ำยาล้างกระจกทีครับ ของเดิมอยู่หมักหมมมานานแล้ว เดี๋ยวฉีดออกมากลายเป็นน้ำเน่า เหม็นเปล่าๆ
5. เช็คลมยางให้ดี อย่าให้น้อยหรือมากเกินไป
6. เช็คยาง-เบรค ว่าเป็นใจจะเล่นน้ำหรือเปล่า ยางเก่าใหม่ เนื้อยางแข็งหรือยัง เติมลมให้พอดี เบรคเป็นไงบ้าง ผ้าเบรคยังดีอยู่ไหม เบรคแล้วปัดหรือเปล่า
7. พก sonax ไปด้วย 1 กระป๋อง ไฟฉาย ที่มีถ่านไฟฉายเต็ม หรือจะเป็นแบบไฟที่มีสายยาวๆเอามาเสียบที่จุดบุหรี่ก็ได้ครับ เอาไว้ส่องเครื่องตอนฉีด sonax ไง พกไว้ไม่เสียหลาย ถึงรถคุณไม่ดับ แต่อาจจะได้ช่วยคนอื่นได้
8. ลุยน้ำท่วมกลับมาอย่าใส่เบรกมือ เดี๋ยวเบรกติด
9. เปลี่ยนผ้าเบรก ควรเปลี่ยนก่อนหน้าฝนได้เลย ส่วนน้ำมันเบรก เกียร์ เฟืองท้าย รอให้หน้าฝนผ่านไปก่อน เอ้า ส่งต่อให้คนอื่นครับ
10. หลังจากลุยฝนมา ก็ทำความสะอาดกระจกทุกบานรวมทั้งกระจกมองข้างเพราะเลอะขี้โคลนหมดแล้ว เพื่อคราวต่อไปจะได้เห็นชัดแจ๋ว..

ที่มา http://www.carvariety.com

GO TOP




เปิดฤดูกาลพรีเมียร์ชิพ

ร้อนระอุขึ้นมาทันทีครับ สำหรับศึกฟาดแข้งฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ ประเทศอังกฤษ เมื่อหลายทีมยักษ์ใหญ่ ช็อปปิ้งนักเตะกันเพียบ โดยเฉพาะ ยอดทีมจากลอนดอน "สิงโตน้ำเงินคราม เชลซี" ที่ได้ประธานสโมสรคนใหม่ มหาเศรษฐีจากรัสเซีย ก้าวเข้ามาเป็นประธานสโมสร ก็ยิ่งได้ใจในการทุ่มเงินซื้อนักเตะ ร่ำๆ ว่าหมดเงินไปกว่า 50 ล้านปอนด์แล้วทีเดียว
เริ่มตั้งแต่ หงส์แดง ลิเวอร์พูลกันบ้างนะครับ ซึ่งปีนี้ก็ได้ตระเวนทัวร์เอเชียรวมทั้งแวะมาช็อปปิ้งที่เมืองไทยกันอีกครั้งหนึ่ง หลังจาก 2-3 ปีที่แล้วก็ได้มาอวดแข้งที่ ราชมังคลากีฬาสถานไปแล้ว เชราร์ด อุลลิเยร์ กุนซือฝรั่งเศส ได้คุ้มสุดคุ้ม กับแฮรี่ คีเวลล์ มิดฟิลด์ทีมชาติออสเตรเลีย จากลีดส์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวเพียงแค่ 5 ล้านปอนด์เท่านั้น เทียบกับฝีเท้าระดับโลกอย่างนี้แล้ว เรียกได้ว่า ถูกแสนถูกกันเลยทีเดียว มิหนำซ้ำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จดๆจ้องๆ คีเวลล์ตาเป็นมันเหมือนกัน แต่แฮรี่ คีเวลล์ก็มีลิเวอร์พูลเป็นทีมในฝันอยู่แล้วครับ เนื่องจากในตอนเด็กๆ ของคีเวลล์นั้นชื่นชอบ คลั่งไคล้ นักเตะออสซี่ นามว่า เคร็ก จอห์นสตัน ซึ่งก็ค้าแข้งกับ "หงส์แดง" นี่ล่ะครับ เป็นโชคดีสำหรับ เดอะค็อปที่ได้นักเตะฝีเท้าระดับนี้มาประดับทีม ก็หวังแต่ว่า อุลลิเยร์จะจัดวางคนให้เหมาะสมกับตำแหน่งไม่ใช่ มีของดีแต่ใช้ไม่เป็น เหมือนอย่างเช่น ยอนเน่ รีเซ่ ที่เล่นแบ็กซ้ายได้ดีทีเดียว แต่อุลลิเยร์กลับจับไปวางในตำแหน่งที่รีเซ่ ไม่ถนัด ก็เลยไม่สามารถเค้นฟอร์มเก่งของตนออกมาได้


ส่วน ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น ก็คว้าตัวผู้รักษาประตูทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทิม โฮเวิร์ดมาร่วมทีม หวังว่าจะมาทดแทน "แฟ้บ" ฟาเบียง บาร์กเตซ ซึ่งก็ออกลูกเฟอะฟะหลายครั้งด้วยกันในฤดูกาลที่แล้ว เฟอร์กี้หวังว่า ช่วงแรกอาจจะเอามากดดัน บาร์กเตซ ให้เร่งเค้นฟอร์มสุดยอดออกมาเสียก่อน ถ้ายังไม่ได้ผล ก็คงต้องให้ ทิม โฮเวิร์ด ยืนเฝ้าเสาประตูเบอร์หนึ่งแทน บาร์กเตซ ก็คงจะเป็นการดี หลังจากที่ขาย "สุดหล่อเบอร์ 7" เดวิด เบคแฮม ให้กับรีลมาดริด ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์แล้ว เฟอร์กี้ก็พยายามควานหานักเตะระดับโลกเข้ามาเสริมทัพอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น โรนันดินโญ่ (ซึ่งก็ชวดให้กับ บาร์เซโลน่าไปเรียบร้อยแล้ว) ส่วนคนอื่นๆ ก็มีแววว่าจะเดินออกจากถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ด เริ่มจาก ฮวน เซบาสเตียนเวรอน ซึ่งเฟอร์กี้ซื้อมาจากลาซิโอ และมองว่าเล่นไม่เข้ากับระบบของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งอาจจะมีการขายให้แก่ เชลซี ยอดทีมจากลอนดอนนั่นเอง
สำหรับทีมสิงโตน้ำเงินคราม "เชลซี" ที่ได้ประธานสโมสรคนใหม่ มหาเศรษฐีจากรัสเซีย เข้ามากอบกู้สถานะของทีม ได้หว่านเงินลงทุนไปกับการซื้อนักเตะมากกว่า 50 ล้านปอนด์ โดยมีเป้าหมายที่ แชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลที่จะถึงนี้เลย ซึ่งต้องยอมรับ ยอดทีมของ เคลาดิโอ รานิเรรี่ คนนี้นั้นมีดีไม่เบาเลยในการที่จะคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีกใบโตมานอนกอดเชยชมได้


GO TOP


พระสยามเทวาธิราช

คุ้มบ้านคุ้มเมืองสยาม "พระสยามเทวาธิราช" เป็นเทวรูป หล่อด้วยทองคำสูง 8 นิ้ว ประทับยืน ทรงเครื่องกษัตริยาธิราช พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้น ดรรชนีจีบเสมอพระอุระองค์ พระสยามเทวาธิราชประดิษฐานอยู่ในเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์ แบบวิมานเก๋งจีน มีคำจารึกเป็นภาษจีนที่ผนังเบื้องหลัง แปลความว่า "ที่สถิตแห่งพระสยามเทวาธิราช" เรือนแก้วเก๋งจีนนี้ประดิษฐานอยู่ในมุขกลางของพระวิมานไม้แกะสลักปิดทอง ตั้งอยู่เหนือลับแลพระทวารเทวราชมเหศวร์ตอนกลางพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง พระวิมานไม้แกะสลักปิดทองนี้ เรียกว่าพระวิมานไม้แกะสลักปิดทองสามมุข ด้านหน้าองค์พระสยามเทวาธิราชตั้งรูปพระสุรัสสวดี หรือพระพราหมีเทพเจ้าแห่งการดนตรีและขับร้อง มุขตะวันออกของพระวิมาน ตั้งรูปพระอิศวรและพระอุมา มุขตะวันตก ตั้งรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ
พระสยามเทวาธิราชเป็นงานประติมากรรมในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ที่นิยมปั้นหล่อพระประธานเป็นพระพุทธรูปขนาดเล็กประมาณหน้าตัก 2 ศอก ทำฐานชุกชีสูง มีมณฑปครอบ พุทธลักษณะพระพุทธรูปเป็นแบบเฉพาะ มีลักษณะส่วนรวมเริ่มใกล้เคียงความเป็นมนุษย์มากขึ้น มีการปั้นจีวรเป็นริ้ว พระกรรณทำแบบหูมนุษย์ บนพระเศียรไม่มีต่อมพระเมาลี พระพุทธรูปที่งดงามที่สร้างขึ้นในยุคนี้นอกจากพระสยามเทวาธิราช แล้วยังมีพระพุทธรูปนิรันตราย พระพุทธสิหิงคปฏิมาพระประธานวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
ม.จ.พูนพิศมัย ดิศกุล พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าและทรงประทานเอกสารเกี่ยวกับพระสยามเทวาธิราช ว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดการศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์
...พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า เมืองไทยนี้มีเหตุการณ์ร้ายๆ จะต้องเสียอิสรภาพมาหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ประเทศไทยรอดพ้นภัยมาเสมอ คงจะมีเทพยดาองค์ใดองค์หนึ่งที่คอยพิทักษ์ปกปักรักษาประเทศเราอยู่เป็นแม่นมั่น จึงเห็นว่าน่าจะมีเทวรูปเทพองค์นั้นไว้สักการบูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำและนำมาประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งทรงธรรมของพุทธมณเฑียรในพระอภิเนาว์นิเวศน์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถวายเครื่องสังเวยเป็นราชสักการะเป็นประจำวัน เครื่องสังเวยที่ถวายเป็นประจำนั้น จะถวายเฉพาะวันอังคาร และวันเสาร์ก่อนเวลาเพล โดยจะมีพนักงานฝ่ายพระราชฐานชั้นใน เป็นผู้เชิญเครื่องตั้งสังเวยบูชา เครื่องสังเวยประกอบด้วย ข้าวสุกหนึ่งถ้วยเชิง หมูนึ่งหนึ่งชิ้น พร้อมด้วยน้ำพริกเผา ปลานึ่งหนึ่งชิ้นพร้อมด้วยน้ำจิ้ม ขนมต้มแดงและขนมต้มขาว กล้วยน้ำว้า มะพร้าวอ่อนหนึ่งผล ผลไม้ตามฤดูกาลสองอย่าง และน้ำสะอาดอีกหนึ่งถ้วย
ต่อมาในสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า พระอภิเนาว์นิเวศน์พระพุทธมณเฑียร และพระที่นั่งทรงธรรม ที่ได้สร้างขึ้นเมื่อสมัยพระบรมชนกนาถ ซึ่งเป็นโครงสร้างเสาไม้หุ้มปูนได้ชำรุดทรุดโทรมลงมาก ยากที่จะบูรณะให้คงสภาพเดิมไว้ได้ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รื้อลงทั้งหมด และอัญเชิญพระสยามเทวาธิราชไปประดิษฐานไว้ ณ พระวิมานทองสามมุขเหนือลับแลบังพระทวาร เทวราชมเหศวร์ ในพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ตราบจนถึงทุกวันนี้
พระราชพิธีบวงสรวงใหญ่พระสยามเทวาธิราช ตามประเพณีกำหนดไว้ในวันขึ้นหนึ่งค่ำ เดือนห้า อันเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติแบบโบราณ ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หรือพระราชวงศ์ชั้นผู้ใหญ่เสด็จแทนพระองค์มาทรงสังเวยพระสยามเทวาธิราช และมีละครในจากกรมศิลปากรรำถวาย

ที่มา http://www.matichon.co.th

GO TOP




ประจำเดือนพฤษภาคม 2546

การประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการของหอการค้าจังหวัด
1. วันที่ 18 พฤษภาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ประชุมร่วมกับคณะกรรมการหอ
การค้าเขต 14 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและกิจกรรมในรอบ 3 เดือน ณ โรงแรมเจพีเอ็มเมอรัลด์ จังหวัดยโสธร
2. วันที่ 20 พฤษภาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการ
บริหารหอการค้าฯ ประจำเดือนพฤษภาคม 2546 ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
การประชุม/สัมมนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 1 พฤษภาคม 2546 คุณสกล รักสัตย์ รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมและการเกษตร หอการค้าฯ ร่วมประชุมจัดทำแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมระดับภาค (ภาคที่ 12) ประจำจังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุมโรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร
2. วันที่ 2 พฤษภาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการ กรอ. กลุ่มจังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มที่ 5 ครั้งที่ 2/2546 ณ โรงแรมภูพานเพรส จังหวัดสกลนคร
3. วันที่ 3 พฤษภาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้าฯ ประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการผังเมืองพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัด ครั้งที่ 2/2546 ณ ห้องประชุม ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
4. วันที่ 8 พฤษภาคม 2546 คณะกรรมการหอการค้าฯ ประชุมร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเพื่อปรึกษาหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ณ โรงแรมเจริญธานีปริ๊นเซส จังหวัดขอนแก่น
5. วันที่ 20 พฤษภาคม 2546 คุณเทียนชัย ลิ้มวัฒนา รองประธานฝ่ายการค้าชายแดนหอการค้าฯ สัมมนาร่วมกรมการค้าต่างประเทศ เรื่องการใช้สิทธิพิเศษทางการค้า ณ โรงแรมเนวาด้าแกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี
6. วันที่ 22 พฤษภาคม 2546 คุณภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าเขต 14 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ กรรมการเลขาธิการหอการค้าเขต 14 ร่วมประชุมพิจารณาร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องอัพทาวน์ โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล จังหวัดขอนแก่น
7. วันที่ 22 พฤษภาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ เป็นเจ้าภาพประชุมเวทีประชาคม (สภากาแฟ) ณ สกายเลาจ์น ชั้น 10 โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร
8. วันที่ 23 พฤษภาคม 2546 คุณสมเกียรติ สวัสดี กรรมการฝ่ายอุตสาหกรรมและการเกษตรหอการค้าฯ ร่วมประชุมเพื่อกำหนดแผนแม่บทโครงการพัฒนาแหล่งน้ำห้วยบางทราย และลำน้ำยัง ณ ห้องสร้อยสุวรรณาโรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล จังหวัดมุกดาหาร
9. วันที่ 26 พฤษภาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้าฯ สัมมนาร่วมกับคณะกรรมาธิการเรื่องการค้าธุรกิจแนวใหม่ (ค้าปลีกนานาชาติ) ณ โรงแรมทิพย์พลาซ่า จังหวัดหนองคาย
10. วันที่ 26 พฤษภาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขอุบัติเหตุจังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
11. วันที่ 27 พฤษภาคม 2546 คุณสกล รักสัตย์ รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมและการเกษตรหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะทำงานโครงการคัดสรรสุดยอด หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์
ณ ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
12. วันที่ 27 พฤษภาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้าฯ คุณชัยโรจน์ กัลยาณลาภ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมประชุมเพื่อการพัฒนาการกีฬาของจังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
การเป็นวิทยากร/บรรยายพิเศษ/การเสวนาสนทนากับหน่วยงานต่าง ๆ
1. วันที่ 21 พฤษภาคม 2546 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการและประสานงานหอการค้าฯ ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องการจ้างแรงงานต่างด้าวในมุมมองของภาคเอกชน
ณ ห้องดุสิตา โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล จังหวัดมุกดาหาร
การร่วมกิจกรรมทางสังคม
1. วันที่ 5 พฤษภาคม 2546 คุณปัญญา ลิขิตโฆษิตกุล รองประธานฝ่ายบริหารและพาณิชย์
หอการค้าฯ พร้อมเจ้าหน้าที่หอการค้าฯ ร่วมพิธีถวายพานพุ่มเงิน-ทอง เนื่องในวันฉัตร
มงคล ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร

ประจำเดือนมิถุนายน 2546

การจัดกิจกรรมและกิจกรรมที่ร่วมจัดกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 17-22 มิถุนายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคม
หอการค้า คุณเรวัตร ไกรลาศศิริ รองประธานฝ่ายการท่องเที่ยวหอการค้า ร่วมด้วยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมสำรวจเส้นทางล่องแก่งและเส้นทางจักรยานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวมุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต-แขวงคำม่วน ณ สปป.ลาว
การประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการของหอการค้าจังหวัด
1. วันที่ 16 มิถุนายน 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุม
คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ประจำเดือนมิถุนายน2546
ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
ท การประชุม/สัมมนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 1-3 มิถุนายน 2546 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการหอการค้า
ร่วมประชุม APEC 2003 เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างหอการค้าจังหวัด 19 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ห้องออคิดบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล ราชาออคิด จังหวัดขอนแก่น
2. วันที่ 3-4 มิถุนายน 2546 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการหอการค้า
ร่วมประชุมสัมมนาเรื่องการจัดการโซ่อุปทานอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
ณ ห้องมงกุฏเพชร โรงแรมโฆษะ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
3. วันที่ 3 มิถุนายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า
คุณเทียนชัย ลิ้มวัฒนา รองประธานฝ่ายค้าชายแดนหอการค้า ร่วมประชุมการจัดการระบบ
เศรษฐกิจตามแนวชายแดน ณ ห้องประชุม 203 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
4. วันที่ 10 มิถุนายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า
ร่วมประชุมกรอ.จังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 4/2546 ณ ห้องประชุม 103 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
5. วันที่ 16 มิถุนายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า ร่วม
ประชุมโครงการถักทอเครือข่ายพลังชุมชน พลังแผ่นดิน ณ ห้องประชุม 103 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
6. วันที่ 20 มิถุนายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า ร่วมประชุมหารือแนวทางการใช้แรงงานต่างด้าว ณ ห้องประชุม 203 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
7. วันที่ 23 มิถุนายน 2546 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการหอการค้า
คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ร่วมสัมมนาโครงการเผยแพร่การศึกษาวิจัย ณ ห้องศรีจันทร์ 2 โรงแรมเจริญธานี ปริ๊นเซส จังหวัดขอนแก่น
8. วันที่ 24 มิถุนายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคม
หอการค้า คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ร่วมประชุม เตรียมการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ระหว่างประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ณ ห้องประชุม 203 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
9. วันที่ 28 มิถุนายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคม
หอการค้า คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ร่วมสังเกตการณ์การจัดการ
แข่งขันกีฬาและรับธงกีฬาสัมพันธ์ระหว่างประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ณ โรงแรม
เนวาด้าแกรนด์ จังหวัดอุบลราชธานี

ประจำเดือนกรกฏาคม 2546

การประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการของหอการค้าจังหวัด
1. วันที่ 21 กรกฏาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการ
บริหารหอการค้าฯ ประจำเดือนกรกฏาคม 2546 ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
ท การประชุม/สัมมนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 1 กรกฏาคม 2546 คุณปัทมวดี คำสินธุ์ ผู้จัดการหอการค้า ร่วมเป็นกรรมการคัดสรรสุดยอด หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ไทย ณ โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร
2. วันที่ 4 กรกฏาคม 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการบริหารหอการค้า
ประชุมร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาจังหวัดมุกดาหาร (กพจ.) ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
3. วันที่ 4 กรกฏาคม 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคมหอการค้า
ประชุมเพื่อปรึกษาหารือข้อราชการ ณ ห้องปฏิบัติการรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร
4. วันที่ 7 กรกฏาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ประชุมร่วม
กับคณะทำงานตรวจสอบฉลากสินค้า ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
5. วันที่ 11 กรกฏาคม 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคมหอการ
ค้าร่วมงานสถาปนาคณะกรรมการบริหารสโมสรโรตารี่ ณ ห้องดุสิตา ชั้น 2 โรงแรมมุกดาหาร
แกรนด์โฮเทล จังหวัดมุกดาหาร
6. วันที่ 11 กรกฏาคม 2546 คุณปัทมวดี คำสินธุ์ ผู้จัดการหอการค้า ประชุมร่วมกับคณะ
ประสานงานด้านการท่องเที่ยวไทย - ลาว จังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
7. วันที่ 17 กรกฏาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ประชุม
ร่วมกับคณะกรรมมาธิการการพาณิชย์ เพื่อพิจารณาการแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากธุรกิจค้าปลีก ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ หมายเลข 3201 อาคารรัฐสภา 3 กรุงเทพฯ
8. วันที่ 17 กรกฏาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมเวทีประชาคม (สภา
กาแฟมุกดาหาร) ครั้งที่ 6/2546 ณ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดมุกดาหาร
9. วันที่ 22 กรกฏาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ประชุมร่วมกับสถาบันยุทธ
ศาสตร์ และหอการค้าไทย เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาการค้า การลงทุนและการท่อง เที่ยว ณ ร้านอาหารริเวอร์ไซ์ด์ จังหวัดมุกดาหาร
1. วันที่ 22 กรกฏาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับจังหวัดมุกดาหาร
ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
11. วันที่ 23 กรกฏาคม 2546 คุณเรวัตร ไกรลาศศิริ รองประธานฝ่ายท่องเที่ยวหอการค้า
ประชุมร่วมกับคณะประสานงานด้านการท่องเที่ยวไทย - ลาว ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
12. วันที่ 24-25 กรกฏาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้า ร่วมสัมมนา "ยุทธศาสตร์การ
พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" ณ โรงแรมโซฟิเทล
ราชาออคิด จังหวัดขอนแก่น
13. วันที่ 28 กรกฏาคม 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ประชุม
ร่วมกับคณะกรรมการพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ณ ห้องประชุมเล็ก สำนักงานองค์
การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
14. วันที่ 30 กรกฏาคม 2546 คุณภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าเขต 14 ประชุมร่วมกับคณะ กรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ครั้งที่ 1/2546 ณ ห้องประชุมอุบล 2 อาคารบริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

GO TOP