ข่าวหน้าหนึ่ง
>> กำหนดยุทธศาสตร์อีสานใหม่ ชูมุกดาหารเมืองหลวงอินโดจีน
>> โชห่วยมุกเฮลั่นสนั่นเมือง ผังเมืองค้าปลีกคลอดแล้ว
>> ฟันธง!สะพานข้ามโขง ลงเสาเข็มแน่นอนเมษานี้
>> หอการค้ามุกดาหารฟิตจัด เดินสายให้ความรู้แรงงาน
สาส์นจากพ่อเมือง
บทบรรณาธิการ
จดหมายเหตุประธานหอ
สังคมชาวหอ
มองผ่านเลนส์
สู้เศรษฐกิจ
คุยเฟื่องเรื่องเงินทอง
คลุกวงในประกันภัย
ไอทีเซ็นเตอร์พอยท์
อินเตอร์เน็ตโซน
อะเมซิ่งมุกดาหาร
เมนูเพื่อสุขภาพ
ข่าวบริการ
ชีวิตและสุขภาพ
กฎหมายน่ารู้
บันเทิงเริงรมย์
ออโต้คลีนิค
กีฬาพาสนุก
ท่องโลก
กิจกรรมชาวหอ
ข่าวหน้าหนึ่ง
>> กำหนดยุทธศาสตร์อีสานใหม่ ชูมุกดาหารเมืองหลวงอินโดจีน
<<
ดร.อีดิธ นามประกาย ประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
เปิดเผยว่า "จากการประชุมเพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ภาคตะวัน
ออกเฉียงเหนือชุดใหม่ที่ขอนแก่น
โดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่
8 พฤษภาคม 2546 ที่ผ่านมา มุกดาหารได้รับการพัฒนาในทุกๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเกษตร
คมนาคม สะพานข้ามโขงแห่งที่ 2
"ในส่วนของการส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอินโดจีนนั้น มุกดาหารจะได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับ
แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ให้เป็นเมืองแฝด เพื่อสร้างความน่าสนใจในการลงทุน
และสร้างความสะดวก ในการเข้าถึงของทั้งสองเมือง โดยการสนับสนุนการพัฒนาสนามบินแขวงสะหวันนะเขต
และพัฒนาท่าเรือโดยสารข้าม
ฟากพร้อมทั้งเชื่อมโครงข่ายโทรคมนาคมเข้าด้วยกัน รวมถึงการพัฒนาบริการทางการแพทย์ให้กับเพื่อนบ้าน"
ประธานหอการค้ามุกดาหาร กล่าวเพิ่มว่า
"จะมีการร่วมมือกับเพื่อนบ้าน พัฒนาระบบการตลาดด้านการท่องเที่ยวใน อินโดจีนและเชื่อมโยงเส้นทาง
การท่องเที่ยวใหม่เข้าด้วยกัน อาทิ เส้นทาง (1) เลย-ท่าลี่-หลวงพระบาง-น่าน
(2) มุกดาหาร-สะหวันนะเขต-ดานัง (3) คอนพะเพ็ง-อุบลราชธานี-ศรีสะเกษ-เขาพระวิหาร"
นายองอาจ โชติบุณยศักดิ์ เลขาธิการหอการค้าเขต
14 ในฐานะรองประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร ร่วมเปิดเผยว่า "จากการประชุมแผนยุทธศาสตร์นั้นมุกดาหารจะได้รับการส่งเสริมให้เป็นศูนย์ผลิตและกระจายสินค้าในกลุ่มอินโดจีน
และผลักดันให้ดานังเป็นประตูส่งออกของอีสานสู่ตะวันออกไกลโดย (1) จัดตั้งคลังสินค้าและคลังสินค้าทัณฑ์บนเพื่อเป็น
ศูนย์กลางรับส่งและกระจายสินค้า (2)ตั้งศูนย์บริการด้านการค้าแบบ ONE STOP SERVICE
(3) เร่งเจรจากับทาง เวียดนามในการพัฒนาให้ท่าเรือดานังเป็นช่องทางการส่งสินค้าออกของภาคอีสานไปสู่
จีน ญี่ปุ่น เกาหลีและไต้หวัน (4) พัฒนาประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งสินค้าและการสื่อสารในกลุ่มอนุภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อสร้างให้มุกดาหารเป็นศูนย์กลาง
ในการรวบรวมและขนส่งสินค้าในกลุ่มอินโดจีนเชื่อมไปสู่พม่า และยังมีแนวคิดการสร้างจังหวัดมุกดาหา
เป็นเมืองหลวง อินโดจีน หรืออาจจะเป็นชุมทางอินโดจีน เรากำลังหาบทสรุปของความเป็นไป
แต่จากการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมนี้ ในการพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มุกดาหาร จะถูกชูขี้นเป็นจังหวัดหลักในการพัฒนาการค้าระหว่าง ประเทศในแถบอินโดจีน
กว่าสิบเจ็ดโครงการในแผนยุทธศาสตร์ เป็นโครงการที่ต่อเนื่องและเกี่ยวพันกับจังหวัดมุกดาหาร
เกือบสิบโครงการ"
นายศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เผยว่า "จะมีการเร่งรัดการดำเนินงานก่อสร้างสะพานข้าม
แม่น้ำโขงแห่งที่สองในมุกดาหาร รวมทั้งเร่งปรับปรุงเส้นทางหลักสาย EAST WEST
ECONOMIC CORRIDOR (แม่สอด-มุกดาหาร) รวมทั้งทางหลวงหมายเลข 8 และ 9 ที่เชื่อมโยงในกลุ่มภูมิภาคอินโดจีน
พร้อมทั้งเร่งปรับปรุงกฎ ระเบียบ ด้านการขนถ่ายและส่งสินค้าระหว่างประเทศในอินโดจีนให้สะดวกและรวดเร็วขึ้น"
เลขาธิการหอการค้ามุกดาหาร กล่าวว่า "ตามแผนของสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
มุกดาหารจะมีการ ร่วมมือกับเพื่อนบ้านในการพัฒนาเครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมให้สามารถเชื่อมโยงกัน
นอกจากนี้เรายังผลักดันให้มี การพัฒนาบริการพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนบริเวณเมืองมุกดาหารและด่านชายแดนต่างๆ"
นายศรีศักดิ์ กล่าวโดยสรุปว่า "ในส่วนของการพัฒนาด้านเกษตรของมุกดาหารนั้น
มีการส่งเสริมให้มุกดาหารและ กาฬสินธุ์เป็นฐานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรจากลาวและเวียดนาม
จำพวกอุตสาหกรรมแปรรูปพืชน้ำมัน และเครื่อง หนัง ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าวัตถุดิบจำพวกเมล็ดพืชน้ำมัน
(ถั่ว งา เมล็ดทานตะวัน) และหนังดิบฟอกจากลาวและเวียดนาม มูลค่ากว่า 500 ล้านบาท"
ข่าวหน้าหนึ่ง
>> โชห่วยมุกเฮลั่นสนั่นเมือง ผังเมืองค้าปลีกคลอดแล้ว
<<
นายปัญญา ลิขิตโฆษิตกุล
รองประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหารฝ่ายพาณิชยกรรม ในฐานะประธาน ชมรมค้าปลีกค้าส่งมุกดาหาร
เปิดเผยว่า "จากมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการพิจารณาผังเมืองจังหวัดมุกดาหาร
เมื่อ เดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้กำหนดพื้นที่ 5 ตำบลในมุกดาหารที่สามารถก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง
ขนาด มากกว่า 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปได้ คือ ตำบลโพธิ์ไทร(อำเภอดอนตาล) ตำบลหนองแวง(อำเภอนิคมคำสร้อย)
ตำบล บ้านโคก(อำเภอเมืองมุกดาหาร) ตำบลคำป่าหลาย(อำเภอเมืองมุกดาหาร) ตำบลผึ่งแดด(อำเภอเมืองมุกดาหาร)
ส่วนพื้นที่ อื่นๆในเขตจังหวัดมุกดาหารสามารถก่อสร้างได้ในขนาดพื้นที่ไม่เกิน
1,000 ตารางเมตร"
"เราก็หวังว่า จากผลสรุปของคณะอนุกรรมการพิจารณาผังเมืองของมุกดาหาร โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารเป็น
ประธานได้สรุปกันไปแล้วจะมีผลบังคับใช้เร็วๆนี้ ไม่ใช่เป็นแค่เพียงการประวิงเวลาออกไปเพื่อช่วยห้างต่างชาติขนาดใหญ่
เร่งขยายสาขารวมทั้งเร่งขอใบอนุญาตก่อสร้างเท่านั้น"
นายองอาจ โชติบุณยศักดิ์ เลขาธิการหอการค้าเขต 14 กล่าวเสริมว่า "สืบเนื่องจากการประชุมหอการค้าไทยทั่วประเทศที่
อุดรธานี โดยที่รัฐบาลพยายามใช้กฎหมายผังเมืองเพื่อเข้ามาช่วยกิจการโชห่วย ซึ่งเป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวของบรรดา
ผู้ประกอบการค้าปลีก-ค้าส่งพันธุ์ไทยแท้ทั่วประเทศ ที่จะช่วยยับยั้งกอบกู้เศรษฐกิจระดับรากหญ้าของคนไทยไม่ให้ตกไป
อยู่ในมือของนายทุนขนาดใหญ่นั้น ก็จะมีแต่ พรบ.ผังเมืองเท่านั้นที่จะมาช่วยแบ่งโซน
การทำมาหากินให้คนไทยแท้ๆ ได้มี โอกาสลืมตาอ้าปาก สู้รบปรบมือกับยักษ์ใหญ่ต่างๆ
ที่เข้ามาโกยเงินแล้วขนกลับออกนอกประเทศ"
"เราคิดว่ารัฐบาลเองก็มีความจำเป็นในเรื่องของการค้าระหว่างประเทศที่จะต้องเปิดเสรี
แต่ในฐานะที่เราเป็นลูกหลานของ ชาวมุกดาหาร เราก็คงต้องทำหน้าที่ของเราการแสดงออกถึงความต้องการหรือไม่ต้องการของคนท้องถิ่นน่าจะเป็นพลังที่
ทุกคนควรจะมีส่วนร่วม การที่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่มีทุนมาก ๆ จะเข้ามาแล้วทำลายธุรกิจเล็ก
ๆ มันก็งูกินหาง จนที่สุด แล้วก็จะมีใครเหลือรอดในสงครามธุรกิจนี้ เราก็หวังว่า
ผู้ประกอบการที่มีผลกระทบหากมีห้างขนาดใหญ่ เข้ามาจะเริ่มคิด และหาทางแก้ไข หรือปรับตัวกัน
สิ่งที่ผมไปพบเห็นในบางจังหวัดที่มีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เข้ามาในจังหวัด ร้านขายเครื่อง
ใช้ไฟฟ้า เครื่องเขียนโดนกระทบ ยิ่งสินค้าอาหารสด นี่เห็นชัดเจนมาก เพราะ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่มีสินค้าสดทุก
8 ชั่วโมง และที่น่ากลัวไปกว่านั้น จังหวัดไหนที่มีห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เข้าไปดำเนินกิจการ
ธนาคารพาณิชย์ในจังหวัดนั้น ๆ มักจะงดสินเชื่อของผู้ประกอบการโชห่วย และธุรกิจที่มีผลกระทบ
" เลขาธิการหอการค้าเขต 14 กล่าวโดยสรุป
แหล่งข่าวกล่าวว่า "ขณะนี้ได้มีนายหน้าของกลุ่มทุนห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ได้เข้ามาเจรจากว้านซื้อที่ดิน
บริเวณแถวสถานี ขนส่ง และบริเวณสถานีไฟฟ้าย่อยจังหวัดมุกดาหาร พร้อมเร่งขอใบอนุญาตก่อสร้าง
ก่อนที่ พรบ.ผังเมืองจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาผังเมืองของมุกดาหาร
ได้ส่งผลสรุปจากมติที่ประชุมไปที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง เรียบร้อยแล้ว และรอเพียงการประกาศบังคับใช้ในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น"
นายศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเสริมว่า "ต่อจากนี้ไปทางหอการค้าจังหวัดมุกดาหารจะ
ร่วมมือกับชมรมค้าปลีก-ค้าส่งจังหวัดมุกดาหาร จะจัดกิจกรรมให้ความรู้เผยแพร่อย่างต่อเนื่องต่อผู้ประกอบการ
และผู้ บริโภคให้เล็งเห็นถึงความหายนะและล่มสลายของกิจการ ถ้าทุนค้าปลีกต่างชาติจะเข้ามาเปิดสาขา
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่นว่า ผู้บริโภคในปัจจุบันทานไก่ย่างเป็นประจำ ซึ่งถ้าห้างต่างชาติเหล่านี้เข้ามาก็จะพยายามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค
ให้ หันไปกินอาหารฟาสต์ฟู้ดส์ชื่อดัง ทำให้มีการจับจ่ายเงินอย่างฟุ้งเฟ้อมากยิ่งขึ้น
อีกทั้งผลกำไรที่ได้จากการดำเนินงานก็ส่ง กลับบริษัทแม่ในต่างประเทศ ผิดกับผู้ประกอบการชาวไทย
ที่ถึงแม้จะกำไร เงินที่ได้ก็หมุนเวียนกันอยู่ในประเทศ และภายใน จังหวัดของเราเอง"
"ต่อไปลูกหลานคนไทยคงไม่มีความรู้ความสามารถ ทักษะในการที่จะเป็นเจ้าของกิจการได้อีกแล้ว
เนื่องจากโดนห้างต่าง ชาตินายทุนขนาดใหญ่พวกนี้ กลืนกินกิจการกันไปหมด"
ข่าวหน้าหนึ่ง
>> ฟันธงสะพานข้ามโขง เมษานี้สร้างแน่นอน <<
ดร.อีดิธ นามประกาย ประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
เปิดเผยว่า "ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2546 ที่ผ่านมาได้มีการสรุปผู้ที่รับงานก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่
2 ณ ห้องประกวดราคาอาคารเฉลียว วัชรพุกก์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ (1) บริษัท
ซูมิโตโม จำกัด ก่อสร้างงานส่วนที่ 1 งบประมาณ 978,375,516.57 บาท (2) บริษัท
ชิมิซู จำกัด ก่อสร้างงานส่วนที่ 2 งบประมาณ 204,013,120.51 บาท (3) บริษัท เลห์ตัน
จำกัด ก่อสร้างงานส่วนที่ 3 งบประมาณ 173,777,539.33 บาท ซึ่งคาดว่าจะมีการเซ็นสัญญาก่อสร้างภายในเดือนตุลาคม
2546 นี้"
"โครงการนี้ได้มีการยืดเยื้อมานานพอสมควร ชาวมุกดาหารเองก็หวั่นใจกันว่าจะมีการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่
2 เกิดขึ้นหรือไม่ รวมทั้งความคืบหน้าหลายๆ ด้านชาวมุกดาหารก็ไม่ทราบกันมากเท่าไหร่
อาจเป็นเพราะขาดการประชา สัมพันธ์ที่ดีในเรื่องความคืบหน้าต่างๆ" ซึ่งขณะนี้หอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
ได้ร่วมกับ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย จัดเวทีประชาคมเพื่อระดมความคิดของนักวิชาการ
ภาครัฐ ภาคเอกชน ตัวแทนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจาก การก่อสร้างสะพาน จำนวนกว่า
200 คน โดยจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในรูปแบบของเวทีประชาคม ณ หอประชุม มุกดาหาร
ในวันที่ 17-18 มิถุนายน 2546 โดยจะมีข้อคำถามเพื่อให้ประชาชนร่วมสนทนาในประเด็นต่อไปนี้
(1) สถานภาพปัจจุบันเป็นอย่างไร มีรายละเอียดอะไรบ้าง
(2) ประเด็นปัญหาที่มีอยู่ในเรื่องนี้
(3) การรับรู้ของประชาคมเกี่ยวกับโครงการพัฒนา
(4) ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดจากการพัฒนา
(5) แนวทางแก้ไขที่เสนอแนะ
นายศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร กล่าวเสริมว่า "ในการแสดงความคิดเห็นครั้งนี้
คาดว่าจะทำ ให้ประชาชนในพื้นที่มุกดาหาร เข้าใจความคิดเห็นของประชาชนต่อโครงการดังกล่าว
และจะนำไปวิเคราะห์ผลสืบเนื่อง ทางสังคมของโครงการต่อพื้นที่มุกดาหาร รวมทั้งพื้นที่ที่เกี่ยวข้องโดยการฉายภาพอนาคต
ซึ่งโดยสรุปแล้วจะมีการเสนอ แนวทางเตรียมการในส่วนของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม
สำหรับรองรับโครงการพัฒนาและผลกระทบที่จะเกิด ขึ้น รวมทั้งเตรียมการสร้างองค์กรประชาคมระดับท้องถิ่น
สำหรับติดตามผลสืบเนื่องของโครงการและรักษาผลประโยชน์ ของท้องถิ่นเอาไว้ ขณะนี้ในส่วนของความคืบหน้าของสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่
2 นั้น สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติได้บรรจุเอาไว้ในยุทธศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเรียบร้อยแล้ว
โดยจะมีการเร่งรัดก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ก่อนปี 2550 รวมทั้งมีการพัฒนาถนนทางหลวงหมายเลข
8 และ 9 ซึ่งจะรองรับสะพานข้ามโขงได้เป็นอย่างดี รวมถึง ถนนที่จะเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่าง
ๆ เช่น แหลมฉบังทางภาคตะวันออก และเส้นทางอิสเวสต์คอลิดอร์ ที่จะเชื่อมระหว่าง
ฝั่งตะวันออกคือที่แขวงสุวรรณเขต สปป.ลาว ผ่านมุกดาหาร ไปยังขอนแก่น พิษณุโลก
สุโขทัย และไปสิ้นสุดที่แม่สอด ไปยัง ฝั่งตะวันตกที่ประเทศพม่า"
นายภมร เชาว์ศิริกุล ประธานหอการค้าเขต 14 ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า "หากสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สองสร้างแล้ว
เสร็จ ผมเชื่อว่า สองสิ่งที่จะให้ผลชัดเจน คือเรื่องราคาที่ดิน อสังหาริมทรัพย์
และเรื่องการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรื่องการ ท่องเที่ยว ขนาดนี้ เราได้ประสานงานกับทาง
สปป ลาว เรื่องการวางโครงสร้างการท่องเทียวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งผมเองได้ไป สำรวจพร้อมคณะท่านกงสุลใหญ่
ต้องยอมรับว่า การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในประเทศลาว จะเป็นมิติใหม่ ของการท่องเที่ยว
ที่จะเกิดขึ้น ที่จะส่งผลให้การท่องเทียวในย่านนี้ เป็นการท่องเที่ยวมิติใหม่
ผมเองคืนนั้นที่ได้เข้าไปนอนค้างกลางป่าลึก มันเป็นความทรงจำที่วิเศษ ไม่มีแสงไฟฟ้า
มีแต่แสงดาว หิ่งห้อย และการสนทนากัน ผมว่า นั้นเป็นความรู้สึกที่หลาย ๆ ท่าน
คงอยากไปสัมผัส ความเป็นจริงที่ยังเหลืออยู่ของธรรมชาติในโลกนี้" ประธานหอการค้าเขต
14 กล่าวโดยสรุป
ข่าวหน้าหนึ่ง
>> หอการค้ามุกดาหารฟิตจัด เดินสายให้ความรู้แรงงาน
<<
นายปัญญา ลิขิตโฆษิตกุล รองประธานกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร
เปิดเผยว่า "ทางหอการค้าจังหวัด มุกดาหารได้รับการประสานงานจาก สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน
จังหวัดมุกดาหาร เกี่ยวกับการพัฒนาฝีมือแรงงานของ จังหวัดมุกดาหาร โดยมีความเห็นตรงกันที่ว่า
จะต้องมีการพัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นส่วนของ ภาคทฤษฎี
หรือภาคปฏิบัติ จำนวน 42 ชั่วโมง โดยหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร จะจัดวิทยากรเพื่อร่วมบรรยาย
ในหัวข้อ ต่างๆ กว่า 10 ท่าน ซึ่งผู้ผ่านการอบรมจะได้รับวุฒิบัตรพัฒนาฝีมือแรงงาน
สาขาผู้ประกอบการใหม่"
"บุคลากรที่ทางหอการค้ามุกดาหาร จะนำไปเป็นวิทยากรนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องเฉพาะวิชา
เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของภาคการเงินการธนาคาร เราก็เสนอผู้จัดการ
บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี
ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจ ที่ต้องการเพิ่มพูนความรู้และทักษะด้าน การบริหารจัดการ
และผู้ที่ประสงค์จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก"
นายศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร เลขาธิการหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร เปิดเผยว่า "การอบรมหลักสูตรยกระดับฝีมือแรงงานสาขา
ผู้ประกอบการใหม่นั้น จะจัดขึ้นในวันที่ 9-14 มิถุนายนนี้ ตั้งแต่ 08.30-16.30
ณ สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัด มุกดาหาร โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์
0-4265-9270 ซึ่งทางหอการค้ามุกดาหาร หวังเป็นอย่างยิ่ง ว่าจะนำความรู้ ความสามารถของกรรมการบริหารหอการค้าแต่ละท่านเผยแพร่ความรู้ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมอบรม
และหวังว่าผู้เข้าร่วมอบรมดังกล่าวจะนำความรู้ที่ได้ ไปพัฒนาต่อยอดให้ได้ประสิทธิผลมากที่สุด"
"ในส่วนของหัวข้อกฎหมายธุรกิจนั้น หอการค้ามุกดาหารได้เชิญกรรมการบริหารหอการค้ามุกดาหารที่มีความรู้
เชี่ยวชาญ ในเรื่องกฎหมายเป็นอย่างดี เข้าร่วมเป็นวิทยากรอบรม เนื่องจากทางหอการค้ามุกดาหารเล็งเห็นถึงประโยชน์
ที่ผู้เข้าร่วม อบรมจะได้รับ และพร้อมจะนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน"
เลขาธิการหอการค้ามุกดาหาร กล่าวโดยสรุปว่า "เราได้เชิญและคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน
เข้าร่วมเป็นวิทยากร ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับข้อมูล รวมทั้งความรู้ที่เข้มข้นในแต่ละภาควิชา"
ในป่า
มีศูนย์
มุกดาหารเป็นจังหวัดเล็กๆตามแนวชายแดนซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับแขวงสะหวันนะเขต
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ระยะทางยาวประมาณ 72 กิโลเมตร มุกดาหารเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดของภาคอีสานที่มี
สภาพป่าไม้อุดมสมบูรณ์ทั้ง 7 อำเภอ โดยมีพื้นที่ป่าไม้ร้อยละ 30 ของพื้นที่ทั้งจังหวัด
มุกดาหารยังมีศาลากลางจังหวัดที่มีส่วน
ราชการต่างๆ ตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกันในอาณาเขตของเนื้อที่ค่อนข้างกว้างขวางเป็นสัดส่วน
นอกจากศาลากลางจังหวัดแล้ว
ยังมีศาลจังหวัด สำนักงานอัยการจังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด
เทศบาลเมืองมุกดาหารฯ โดยเฉพาะ
พื้นที่สนามหน้าศาลากลางจังหวัดนั้น มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อน
ออกกำลังกายในช่วงเวลาเย็น
ในศูนย์
มีสวน
เมื่อนำจุดเด่นของทั้งสองส่วน
คือ สภาพพื้นที่ของจังหวัดซึ่งยังมีสภาพป่าไม้ที่สมบูรณ์กับส่วนราชการที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ในลักษณะศูนย์ราชการ ประกอบกับพอมีพื้นที่ว่างเปล่าอยู่ จังหวัดมุกดาหารจึงได้จัดทำโครงการ
"สวนราชการ" ขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อ
ที่จะเน้นให้ส่วนราชการได้ร่วมมือกันปลูกต้นไม้ ปรับปรุงภูมิทัศน์ ให้พื้นที่ในบริเวณศูนย์ราชการและบ้านพักเป็นพื้นที่สีเขียวให้
สมกับเป็นจังหวัดที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนสร้างความร่มรื่นให้แก่ผู้พบเห็น
หรือแขกที่มาเยี่ยมเยือน เหมาะสำหรับเป็นที่
พักผ่อนหย่อนใจ สะอาด สวยงาม
ในสวน
มีทรัพย์
โครงการ
"สวนราชการ" มีวัตถุประสงค์ดังนี้.-
1. จัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ให้มีความสะอาดสวยงาม
เป็นระเบียบเรียบร้อยร่มรื่น เหมาะสำหรับ
เป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชน
2. เพื่อพัฒนาสถานที่ราชการของจังหวัด ให้เป็นตัวอย่างของการรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
3. ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานให้แก่ข้าราชการ และสร้างความพึงพอใจให้แก่ประชาชนที่มาใช้บริการ
4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดมุกดาหาร และการตอบสนองต่อนโยบายบ้านเมืองน่าอยู่ของจังหวัด
จากการผสานความร่วมมือ
ร่วมผนึกกำลังและพลังความคิดของข้าราชการทุกส่วนราชการ การดำเนินงานตามโครงการดังกล่าว
ได้รับการตอบรับ และสนับสนุนจากข้าราชการทุกฝ่ายเป็นอย่างดียิ่ง เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน
2546 สิ้นสุดโครงการใน
เดือนกันยายน 2546 โดยใช้งบประมาณปกติของส่วนราชการที่เข้าร่วมโครงการ
มีทรัพย์ฯ
มีสุข
ปัจจุบันการดำเนินงานตามโครงการ
"สวนราชการ" มีความก้าวหน้าตามลำดับ ซึ่งถ้าใครผ่านไปบริเวณสนามหน้าศาลากลาง
จังหวัดในช่วงนี้ จะพบว่ามีต้นไม้ซึ่งได้นำมาปลูกอยู่รอบๆ สนามด้านในเป็นแนวขนานกับรั้วศาลากลาง
ซึ่งขณะนี้กำลังผลิใบใหม่
เนื่องจากในช่วงดังกล่าวมีฝนตกลงมาบ้างแล้ว รวมทั้งบริเวณอื่นๆ ซึ่งท่านจะได้พบเห็นการปลูกต้นไม้ในระยะเวลาต่อไป
การจัดทำโครงการ
"สวนราชการ" นี้จังหวัดมิได้หวังว่าจะทำให้เฉพาะบริเวณศูนย์ราชการ
และบ้านพักข้าราชการมีความร่มรื่น
เท่านั้น จังหวัดหวังว่าโครงการนี้จะสำเร็จมากยิ่งขึ้น ถ้าพี่น้องประชาชนชาวมุกดาหารเห็นว่า
"สวนราชการ" มีประโยชน์อย่าง
มากทำให้บริเวณศูนย์ราชการร่มรื่นสวยงาม จะได้นำไปขยายผลโดยการปรับปรุงบริเวณบ้านของท่าน
ตลอดจนชุมชน หมู่บ้าน
และเมื่อเป็นเช่นนั้นทุกหมู่บ้านทุกชุมชนแล้ว จังหวัดมุกดาหารจะเป็นจังหวัดที่มีความสวยงามมากที่สุดจังหวัดหนึ่งของ
ประเทศไทย
หายหน้าหายตากันไปนานพอสมควรครับ สำหรับวารสารข่าวหอการค้ามุกดาหาร ครั้งนี้กลับมาด้วยพลังอันเต็มเปี่ยม
มุ่งมั่นที่จะพัฒนามุกดาหารควบคู่ไปกับภาครัฐ ให้มีแต่สิ่งที่ดีเกิดขึ้นในมุกดาหาร
ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการ บริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหารชุดใหม่ โดยการนำของ
ดร.อีดิธ นามประกาย ที่มีความมุ่งมั่น พัฒนา สานต่องานที่เดิน ไปด้วยดีอยู่แล้ว
ให้ดีมากยิ่งขึ้น รวมทั้งในอนาคตอันใกล้นี้ ประมาณ ตุลาคม 2546 ก็จะมีการลงนามก่อสร้างสะพานข้าม
แม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ซึ่งรอมานานสำหรับชาวมุกดาหารเราเอง ในฐานะขององค์กรภาคเอกชน
เราจะผลักดันเต็่มที่ในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ให้บรรลุวัตถุประสงค์ของทุกท่านให้เร็วที่สุด
ซึ่งตามกำหนดการจะมีการเริ่มก่อ สร้างประมาณมีนาคม-เมษายน 2547 แล้วเสร็จประมาณ
2549 ซึ่งถ้ามีความคืบหน้าประการใด วารสารข่าวหอการค้า มุกดาหารจะรีบนำมาแจ้งโดยพลัน
รวมทั้งสามารถตรวจสอบข่าวสารทางเศรษฐกิจและสังคม ได้อย่างทันใจที่เว็บไซด์ www.MUKCHAMBER.com
ซึ่งเราจะมีการอัพเดท เว็บไซด์กันแทบทุกวัน ลองพลิกมาดูวารสารข่าวฉบับนี้กันนะครับ
มีหลากเรื่อง หลายประเด็นที่กองบรรณาธิการพร้อมนำเสนอให้แก่ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสถานการณ์
โทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน กฎหมายเกี่ยวกับการเปียแชร์เล่นหวย รวมทั้งเล็กๆ น้อยๆ
เกี่ยวกับวงการประกันภัย ฯลฯ ส่วนของ ข่าวพาดหัวนั้น มีรายละเอียดเกี่ยวกับสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง
รวมทั้งยุทธศาสตร์ภาคอีสานที่มุกดาหารเราได้เป็น ประโยชน์กันหลายเรื่องหลายราวเลยทีเดียว
อีกประเด็นหนึ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือ ระเบียบเกี่ยวกับผังเมืองมุกดาหารที่ เราๆ
ท่านๆ ผู้บริโภคและผู้จำหน่ายสินค้าผลักดัน ไม่ต้องการให้มีห้างต่างชาติเกิดขึ้นในมุกดาหาร
เนื่องจากทำให้ดูดเงินของคน เมืองมุกดาหารออกไปหมดเกลี้ยง ทำให้ตกเป็นทาสทางเศรษฐกิจเหมือนอาร์เจนติน่า
ลองพลิกดูนะครับ แล้วจะทราบถึง ความตั้งใจของกองบรรณาธิการที่จะนำสื่อกลางวารสารข่าวฉบับนี้
นำข่าวและสาระที่เป็นประโยชน์ส่งถึงมือสมาชิก หอการค้าจังหวัดมุกดาหารอย่างรวดเร็ว
ปัจจุบัน ทันด่วน
แล้วพบกับใหม่ฉบับหน้าครับ
วารสารฉบับนี้ เป็นฉบับแรกของคณะกรรมการหอการค้าฯ ชุดใหม่ที่เริ่มเข้ามาบริหารช่วงเมษายนปีนี้
คณะกรรมการใหม่เล็งเห็นว่าช่วง 2 ปีข้างหน้าที่จะบริหารหอการค้าฯ เป็นเวลาที่จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในจังหวัด
สิ่งที่สำคัญที่สุดน่าจะเป็นการเริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่บ้านเรา
รอกัน 10 กว่าปี ดูเหมือนจะเกิดขึ้นจริงในต้นปีหน้า เหล่าพ่อค้าแม่ค้าและนักธุรกิจในจังหวัดมุกดาหาร
ต้องเริ่มปรับตัวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามาในบ้านเรามากมาย
ทั้งคนไทยและคนต่างชาติ อาจจะมีความวุ่นวายสับสนในช่วงก่อสร้างสะพาน ก็ต้องมีบ้างแต่ตอนท้ายสุดสะพานจะเป็นโอกาสของพวกเราทั้งหมด
ที่จะพัฒนาการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยวในอนาคตให้ลูกหลานเรา หอการค้ามุกดาหาร
จะต้องมีบทบาทไม่ใช่น้อยในการดึงความสนใจของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อจะเตรียมความพร้อมด้านนี้
นอกจากฝ่ายการค้าชายแดนของหอการค้าฯ ยังมีอีกหลายฝ่ายที่กำลังเตรียมโครงการเสนอ
เพื่อพัฒนาการค้าในจังหวัด โครงการหนึ่งที่เรากำลังร่วมทำกับแรงงานจังหวัดคือ
การผลักดันให้รับแรงงานจาก สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาทำงานในจังหวัดมุกดาหาร
ให้สะดวกกว่าเดิมและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเดิม มีโครงการร่วมกับพัฒนาฝีมือแรงงานให้ความรู้กับผู้ประกอบการรายย่อย
ที่กำลังจะเริ่มต้นทำการค้าใหม่ ทางด้านตลาด บัญชี กฎหมาย ฯลฯ มีโครงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดเราร่วมกับเทศบาลเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาพักที่มุกดาหารสักคืนสองคืน
ไม่ใช่มาแวะซื้อของแล้วก็กลับไป และอีกหลายโครงการซึ่งจะนำเสนอให้ฟังเรื่อย ๆ
ในฉบับต่อ ๆ ไป และสิ่งสำคัญที่สุดคือคณะกรรมการหอการค้าฯ อยากฟังความคิดเห็นของท่านสมาชิกทั้งหลายว่ามีอะไรให้เราทำให้กับท่าน
หากมีอะไรที่จะเสนอขอเชิญส่งความคิดเห็นที่หอการค้า โดยตรงหรือส่ง E-mail มาได้ที่
info@MUKCHAMBER.com
ขอบคุณค่ะ
กราบสวัสดีท่านสมาชิกหอการค้า
และ ท่านผู้ประกอบการและธุรกิจทุกท่าน ก็ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ สังคมชาวหอ
ได้หายหน้าหายตาไปเสียนานพักใหญ่ อันจะด้วยมาสาเหตุอันใด ชาวหอ ก็คงจะไม่พูดถึง
แต่ในเมื่อได้กลับมารับใช้ท่าน สมาชิกและท่านที่เคารพทุกท่าน สังคมชาวหอ ก็จะทำหน้าที่
อย่างที่ดีเหมือนที่ได้รับความไว้วางใจจากทุกท่าน
มหากาพย์มือถือยุคใหม่
เดือดปุด...ปุด
อีกแล้วครับ สมรภูมิโทรศัพท์มือถือของเมืองไทยยุคนี้
เมื่อระบบโทรศัพท์มือถือเติมเงินเบอร์สองในตลาดอย่าง ดีพร้อมท์ จากค่ายดีแทคลงทุนแปลงโฉมอีกครั้งเป็น
แฮปปี้ดีพร้อมท์
เมื่อ 22 พฤษภาคม 2546 ที่ผ่านมา โดยหวังจะเบียดส่วนแบ่งการตลาดจาก วันทูคอลล์
ให้ได้มากที่สุด
แนวโน้มของตลาดมือถือในเมืองไทย เทไปอยู่ฝั่งพรีเพดซะกว่า 85% ส่วนแบบรายเดือนเหลืออยู่ในตลาดเพียงน้อยนิด
ซึ่งจะทำให้ค่ายมือถือประหยัดในส่วนของหนี้เสีย รวมทั้งประหยัดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บิล
ติดตามทวงหนี้ได้อักโขเลย ทีเดียว ทุกค่ายมือถือก็เลยยกให้พรีเพดเป็นพระเอกในการทำตลาดในปัจจุบัน
ระบบพรีเพด
วันทูคอลล์ได้ชูประเด็นในเรื่องของ อิสระ เป็นจุดขายสำคัญ โดยมั่นใจในคุณภาพเครือข่ายของตนเองว่าเหนือคู่แข่งอื่นๆ
อีกหลายกิโลขีดเลยทีเดียว ไม่ได้ลงมาเล่นสงครามราคาเหมือนดีพร้อมท์(ดีแทค)และ
จัสท์ทอล์ค (ออเร้นจ์) ยังกำหนดราคา โทรออกในพื้นที่เดียวกัน 5 บาทและต่างพื้นที่
8 บาท ไม่สนใจคู่แข่งอีกสองค่ายที่หันมาเล่นสงครามราคากันอย่างอุตลุด แถมยังไม่ยอมคิดค่าโทรเป็นวินาทีเหมือนคู่แข่งอีกด้วย
ขนาดยังไม่ได้โดดลงมาเล่นสงครามราคากันอย่างนี้ ยังกวาด มาร์เก็ตแชร์ไปได้กว่า
70% เลยทีเดียว
ส่วนค่ายดีพร้อมท์ก็มีการปรับโฉมรีแบรนด์กันอีกครั้งเมื่อ 22 พฤษภาคม2546 ที่ผ่านมา โดยชูประเด็นในเรื่องของการ กำหนดค่าโทรลด 50% ของตนเองในแต่ละช่วงแต่ละวันกันได้ ซึ่งเป็นจุดขายใหม่อีกครั้งที่ดีแทคทุ่มสุดตัวหวังแจ้งเกิดอีก ครั้งหนึ่ง เนื่องจากการประเมินที่ผ่านมาพบว่า ดีพร้อมท์ไม่มีจุดขายที่เด่นชัดพอ เมื่อเทียบกับวันทูคอลล์และจัสท์ทอล์ค (ออเร้นจ์) มาร์เก็ตติ้งฝั่งดีแทคก็เลยเร่งหาจุดขายของตนเองเป็นการใหญ่ ที่จะเบียดส่วนแบ่งการตลาดมาได้ระดับหนึ่ง
ในส่วนของจัสท์ทอล์ค(ออเร้นจ์) ก็มีความโดดเด่น แข็งแกร่งในเรื่องแบรนด์เป็นอย่างดี
เนื่องจากเป็นแบรนด์ระดับโลก รวมทั้งคิดค่าโทรเป็นวินาทีจริงๆ ไม่มีอัตราขั้นต่ำ
30 วินาที แต่ก็ยังมีข้อด้อยในเรื่องของคุณภาพและความครอบคลุม ของสัญญาณ เนื่องจากยังไม่สามารถใช้ได้ทั่วประเทศเหมือนสองค่ายใหญ่
ถ้าออเร้นจ์ขยายเครือข่ายได้เทียบเคียงกับสอง ค่ายยักษ์ได้เมื่อไหร่ รับรองว่าสมรภูมิมือถือจะร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน
ระบบโพสต์เพด
ดีแทค
ได้ลงทุน เพิ่มโปรโมชั่นโทรศัพท์มือถือแบบรายเดือน My โดยสามารถกำหนดวันจ่ายเงิน
เลือกรูปแบบการโทรได้ ด้วยตนเอง ซึ่งฝั่งค่ายดีแทคก็หวังว่า My จะสามารถเบียดจีเอสเอ็มแอดวานซ์ได้พอสมควร
โดยมีโฆษณาดึงดู ความสนใจ ของผู้บริโภคมาร่วมอาทิตย์เลยทีเดียว ก่อนที่จะยอมเฉลยว่า
"มันคืออะไร?" ซึ่งดีแทคก็หวังว่าจะพยุงยอดขายแบบราย เดือนไม่ได้ตกหล่นไปมากกว่าที่เป็นอยู่
เนื่องจากแนวโน้มของมือถือในปัจจุบัน เทไปฝั่งพรีเพดมากซะทีเดียว
ในส่วนของ จีเอสเอ็มแอดวานซ์ หลังจากที่ได้มีการเปลี่ยนโฉมจาก จีเอสเอ็ม 2 วัตต์ สามารถกระตุ้นตลาดมือถือได้มากพอ สมควร ภาพลักษณ์ของจีเอสเอ็ม 2 วัตต์ยึดติดอยู่กับความแรงของสัญญาณว่าทะลุทะลวงได้เต็มที่ พอถึงยุคปัจจุบัน ความแรงดังกล่าวกลายเป็นมาตรฐานที่มือถือทุกค่ายต้องมีกันอยู่แล้ว ก็เลยเปลี่ยนจุดยืนของตนเองไปที่ เทคโนโลยีชั้นสูง (ชีวิตเหนือระดับ)
ออเร้นจ์ยังคงมีปัญหากับคุณภาพและการครอบคลุมของสัญญาณ ที่ยังไม่คลุมทั่วประเทศ
ซึ่งถ้าสามารถแก้ปัญหานี้ได้แล้วล่ะก็ สามารถที่จะยืนหยัดเป็นบิ๊กทรีในตลาดมือถือของเมืองไทยได้เลยทีเดียว
เนื่องจากเป็นมือถือแบรนด์ระดับโลก รวมทั้งมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาของผู้บริโภค
ในช่วงหลายปี
ที่ผ่านมาผมว่าหลาย ๆ ท่าน คงได้สัมผัส ความรู้สึกบางอย่างในช่วงเวลาที่เกิดขี้น
ความรู้สึกดีใจ เสียใจ โล่งอก หรือท้อแท้ หดหู่ หรือสมหวัง มีหลาย ๆ ท่าน ที่ยังคงยืนหยัดอยู่บนเส้นทางธุรกิจและอาชีพของตนเอง
มีหลายท่านที่รอคอยอย่างสงบ มีหลายท่านพบกับโศกนาฏกรรมของชีวิต แต่ผมว่าอะไรก็ไม่สำคัญไปกว่าใจของตัวเอง
ใจทีมันอยู่กับตัวของเราเสมอ จะทุกข์ จะสุข เศร้าหรือเสียใจ ที่สุดแล้ว มันก็อยู่ที่การทำใจ
ทำใจยอมรับทุกอย่างที่เกิดขี้น ไม่ว่าสิ่งนั้น จะสมหวังหรือผิดหวัง ก็ตาม ผมจำได้ว่า
ครอบครัว ผมในช่วงหลายสิบปีที่ผ่าน มีเรื่องเศร้าใจเกิดขี้นมากมาย ตั้งแต่ พ่อผมเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง
น้องสาวคนเล็กไม่สบายเจียนตาย แม่ถูกเพื่อนโกง พวกเราพี่น้องทั้งหกคน เคยนั่งแม่ผมเล่าให้ฟังเสมอว่า
สิบกว่าปีที่ผ่านมา แม่เจอแต่เรื่องร้าย ๆ ที่ไม่รุ้ว่ามันผ่านมาได้อย่างไร ถ้ากลับไปเจอเหตุการณ์อย่างนั้นอีก
ก็ไม่แน่ว่า แม่จะผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ เหล่านั้นได้อีกหรือไม่ ตอนนั้น แม่คิดแต่ว่า
ภาระของแม่คือพาลูกทั้งหกคนผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของครอบครัวไปให้ได้
ผมพยายามนึก ๆก็นึกไม่ออกว่า ผู้หญิงตัวคนเดียว ต้องส่งเสียลูกหกคน ต้องดูแลลูกหกคน
ให้การศึกษาที่ไม่น้อยหน้าใคร ลูก คนไหน ต้องการอะไรแม่ก็พยายามหามาให้ เพื่อไม่อยากให้ลูก
ๆ ต้องน้อยหน้าคนอื่น ตอนที่ลูก ๆ ทุกคนจบการศึกษา และบางคนก็มีครอบครัว แต่ตอนนี้
ทุกคน ก็มีอาชีพการงานที่ดี ดูแลตัวเองได้ ผมจำได้ว่า ปีหลัง ๆ ที่เราพี่น้องหกคน
กลับไปนั่งทานข้าวกับแม่ และฟังแม่เล่าเรื่องเล่าในอดีตอีกครั้ง คราวนี้ น้ำเสียงแม่เปลี่ยนไป
แม่กลับเล่าให้พวกเราฟังว่า แม่ดีใจ (ตอนนั้น น้ำตาคลอ) ดีใจที่เห็นลูก ๆ เติบโต
มีการงาน มีครอบครัว และเป็นคนดี แม่ลืมไปเลยว่า สิบห้าสิบหกปี นั้น แม่เหนื่อย
หรือ ท้อใจยังไง แม่พยายามจะนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ แต่แม่กลับบอกว่า แม่หายเหนื่อยแล้ว
เหมือนกับว่า ภาระที่ต้องดูแลลูก ๆ หกคน ในฐานะแม่คนหนึ่ง ได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่แม่ก็ยังไม่เลิกทำงาน
แม่ยังคงทำเหมือนตอนที่พวกเราเด็ก ๆ ยังทำงานหนักเหมือนเมื่อสิบกว่าปีก่อน ผมเคยถามแม่ว่า
ทำไมแม่ไม่เลิกทำงาน แม่กลับบอกว่า ก็คิดว่าจะเลิกเหมือนกัน แต่ตอนนี้ แม่กลับรู้สึกว่า
แม่มีการทำงานเป็นเพื่อน ถ้าไม่ได้ทำงาน วัน ๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร แม่กลับสนุกที่จะทำงานต่อ
ผมเคยนึกและพยายามจะนึกถึงว่า ถ้าผมเป็นแม่ ที่ต้องทำอย่างแม่ ดูแลลูก ๆ หกคนให้ได้ดี
ต้องทำงานหนักบนภาระที่ใหญ่หลวงผมจะทำได้ดีอย่างแม่ของผมหรือไม่ ผมเชื่อว่า ทุกคนมีฮีโร่ในดวงใจ
ผมและพี่น้องทุกคน ก็มีแม่เป็นฮีโร่ในดวงใจ เราเคยแอบล้อเลียนกันว่า แม่เป็นหญิงเหล็ก
บ้าง เป็นสงครามชีวิตเจ้นา(ชื่อแม่ผม)บ้าง ผมเชื่อว่า วันนี้ ที่ผมผ่านเรื่องราวและวิกฤตในการทำงานมาได้
ผมว่า ผมได้ซึมซับสิ่งดี ๆ มาจากแม่ ผมเคยนึกท้อใจ เคยนึกอยากตายตั้งหลายหน แต่พอนึกว่า
ขนาดแม่เป็นผู้หญิงที่ไม่มีที่พึงพา แม่ยังพาทุกเหตุการณ์มาได้ แล้วเราละ เราที่มีทุกอย่าง
แค่เจอเรื่องร้าย ๆนิดหน่อย เราก็ไม่สู้แล้ว เรานี่ไม่สมเป็นลูกแม่เลย ผมว่าผมโชคดี
ที่ผมกลับมามีวันนี้ได้ วันที่ผมกลับมาสู้และเดินทางในเส้นทางธุรกิจต่อ วันที่ผมมีความหวังอยากขยายกิจการ
วันที่ผมอยากมีอนาคตที่ดี ผมว่าสิ่งที่โชคดีที่สุด คือได้เกิดมาเป็นลูกแม่ จริงๆ
แล้วหลายปีที่ผ่านมาผมและพี่น้องทุกคน ไม่ค่อยได้เอ่ยบอกแม่ว่า พวกเรารักแม่มาก
ก็ทำได้แต่พยายามเอาใจแม่ พาแม่ไปเทียวไปทานข้าว ซื้อขนมของอร่อยไปให้แม่ ที่จริงผมว่า
สิ่งที่เราหกคนทำให้แม่ ไม่ถึงเสี้ยวหนึ่งที่แม่ทำให้เราเลย
เรื่องราวของครอบครัวผมก็เป็นแค่ตัวอย่างหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ผมเชื่อว่า
ทุกคนก็ล้วนแต่มีปัญหา และปัญหาของทุกคนที่เกิดขี้น มันก็ดูจะหนักมาก แต่ถ้าผมเล่าให้ท่านฟังวันนี้
ท่านคงนึกไม่ออกว่า ปัญหาของครอบครัวผมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มันหนักอย่างไร
ก็อยากให้ท่านลองนึกถึงปัญหาของท่านดูว่า มันหนักอย่างไร ก็คงจะเหมือนๆ กัน เพราะปัญหาของใคร
ใครก็ว่ามันหนักและเหนื่อยจัง แต่ถ้าวันนี้ คุณไม่อยากสู้ หรือ คุณท้อแท้ และคุณได้อ่านเรื่องราว
ของครอบครัวผม เชื่อเถอะว่า คุณผ่านไปได้ ถ้าคุณลองมอง รอบๆ ตัวคุณ มองถึงสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบ
มองถึงคนที่คุณต้องรับผิดชอบ ผมเชื่อว่า วันนี้ คุณจะนึกอยากลุกขี้นสู้กับปัญหาอีกครั้ง
และถ้าวันหนึ่งคุณผ่านไปได้ เมื่อมองกลับมาในช่วงเวลาเก่า ๆ คุณจะรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้น
มันก็ไม่เท่าไหร่ ถ้าตอนนั้น คุณไม่ใจสู้ คุณก็คงไม่มีวันนี้ ผมอยากขอบคุณแรงบันดาลใจทุกเรื่องที่ทำให้ผมกลับมาลุกขี้นสู้อีกครั้ง
และที่สุดผมอยากบอกว่า ผมดีใจที่ได้เกิดมามีสายเลือดนักสู้ของแม่ ขอบคุณครับแม่
เราห่างหายกันไปนาน
คราวนี้ผมจะมาคุยเรื่อง "ระบบการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้การแข่งขันในปัจจุบัน"
จากภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจเกิดการแข่งขันเพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดและยอดขายสินค้าพร้อมทั้งบริการ
เพื่อให้ธุรกิจสามารถฟันฝ่าวิกฤตทางเศรษฐกิจไปได้นั้น ธุรกิจควรมีเครื่องมือประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้ครอบคลุมในทุกๆด้านของการปฏิบัติงาน
โดยมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมเพื่อให้ผู้บริหารมีข้อมูลที่ชัดเจน ในการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ต่างๆ
ให้เหมาะสมอย่างมีวิสัยทัศน์ โดยระบบ BALANCED SCORE CARD เป็นเครื่องมือในการประเมินผลการปฏิบัติงานชนิดหนึ่ง
ซึ่งสามารถสะท้อนภาพตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้อย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งนำไปสู่การปรับปรุงการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ
เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
BALANCED SCORE CARD คือ ระบบวัดผลดุลยภาพ ซึ่งเป็นระบบประเมินผลที่ครอบคลุมในทุกด้านของการปฏิบัติงาน
ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมของธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ชัดเจนและเข้าใจง่าย โดยผสมผสานตัววัดผลทั้งที่เป็นตัวเงิน
และไม่เป็นตัวเงินเข้าด้วยกัน อันจะนำไปสู่ผลสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งสามารถวัดผลการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน
โดยมิใช่อ้างอิงเฉพาะตัวเลขทางด้านการเงินเท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลที่ไม่เป็นตัวเงิน
ที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจแก่ผู้บริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะกระตุ้นให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาและการคาดการณ์ในอนาคต
ซึ่งจะนำองค์กรไปสู่วิสัยทัศน์ในอนาคตและบรรลุเป้าหมายกลยุทธ์ที่ตั้งไว้
ก่อนนำระบบ BALANCED SCORE CARD มาใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุเป้าหมายขององค์กร ผู้บริหารต้องกำหนดวิสัยทัศน์
(VISION) เกี่ยวกับการคาดคะเนแนวทางธุรกิจในอนาคตและเป็นวิสัยทัศน์ที่โปร่งใส
ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารระดับรองลงมาและพนักงานทุกคน มองเห็นเป้าหมายของธุรกิจในอนาคตได้ง่าย
ต่อจากนั้นต้องกำหนดพันธกิจ (MISSION) เพื่อให้พนักงานตระหนักถึงภาคกิจของตนในการปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
และต้องกำหนดกลยุทธ์ (STRATEGIC) ที่เหมาะสมกับสภาพของตลาดในขณะนั้น ซึ่งผู้บริหารระดับสูงกับผู้บริหารหน่วยกลยุทธ์จะร่วมกันกำหนดตัววัดผลที่สามารถจะเชื่อมโยงผลการปฏิบัติงาน
ของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งใช้ตัววัดเกี่ยวกับคุณภาพ (QUALITY) กำหนดส่งมอบ (DELIVERY)
ระยะเวลาปฏิบัติงาน (PROCESS TIME) และต้นทุน (COST) โดยผู้บริหารต้องหาเครื่องมือในการวัดผลการปฏิบัติงานดังกล่าว
การวัดผลการปฏิบัติงานแบบ BALANCED SCORE CARD กำหนดวิธีวัดผลการปฏิบัติงานด้านต่างๆ
ภายใต้ 4 มุมมองดังนี้.-
มุมมองที่ 1 ด้านลูกค้า (CUSTOMER
PERSPECTIVE)
มุมมองที่ 2 ด้านกระบวนการภายใน
(INTERNAL PERSPECTIV)
มุมมองที่ 3 ด้านนวัตกรรมและการเรียนรู้
(INNOVATION AND LEARNING PERSPECTIVE)
มุมมองที่ 4 ด้านการเงิน
(FINANCIAL PERSPECTIVE)
เอาล่ะ คราวต่อไป จะมาสรุปผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการนำ BALANCED SCORE CARD มาใช้ว่าจะมีอะไรให้น่าติดตามครับ ขอขอบคุณ
คุณได้รับความคุ้มครองจริงหรือ?
โชคร้ายที่งานเลี้ยง
คุณไปร่วมงานเลี้ยงที่บ้านเพื่อนโดยจอดรถไว้ที่สนามในบ้านเจ้าของงาน โชคร้ายพายุพัดกิ่งไม้ใหญ่หักมาตกใส่รถคุณ
ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้น กรณีหากรถคุณมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
กรมธรรม์ประเภทหนึ่ง หรือที่เรียกว่าประกันชั้นหนึ่งไว้กรมธรรม์จะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์ของคุณตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
แต่ไม่เกินเงินจำนวนเอาประกันภัยที่คุณซื้อไว้ นอกเหนือจากภัยอื่นๆ ที่มีต่อรถอย่างเช่น
การชน การลักทรัพย์ทั้งคัน การลักทรัพย์อุปกรณ์ ไฟไหม้ น้ำท่วม เหตุจราจล ฯลฯ
แต่หากคุณทำประกันชั้นสอง ซึ่งคุ้มครองเฉพาะกรณีรถหายและไฟไหม้ หรือประกันชั้นสาม
ที่คุ้มครองเฉพาะความเสียหายต่อบุคคลภายนอก คุณก็ต้องจ่ายเงินค่าซ่อมรถเอง ส่วนเจ้าของบ้านที่คุณไปร่วมงานไม่ต้องรับผิดชอบเพราะถือเป็นอุบัติเหตุ
หากเป็นกรณีเจ้าของบ้านโค่นต้นไม้แล้วหล่นมาทับรถคุณ บริษัทประกันภัยก็จะเรียกค่าเสียหายจากเจ้าของบ้านต่อไป
คราวเคราะห์ของบุรุษไปรษณีย์
สุนัขบ้านคุณดุมาก เที่ยวไปไล่กัดชาวบ้าน ครั้งหลังสุนัขไปกัดบุรุษไปรษณีย์แข้งเหวอะ
เขาเรียกร้องให้คุณชดใช้ค่ารักษาพยาบาลตลอดจนค่าเสียหายที่เกิดขึ้น มีประกันภัยแบบไหนบ้างที่จะคุ้มครองความเสียหาย
การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกจะคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้
โดยบริษัทประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนต่อการบาดเจ็บและความสูญเสียหรือเสียหายต่อทรัพย์สินของบุรุษไปรษณีย์
ซึ่งถือเป็นบุคคลภายนอก ตามค่าเสียหายที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินจำนวนเงินเอาประกันภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
เนื่องจากคุณเป็นเจ้าของสุนัข ซึ่งไม่ได้มีการดูแลให้ดีและปล่อยให้ไปกัดผู้อื่น
จึงต้องมีความรับผิดชอบตามกฎหมาย
ท่อประปาแตก
น้ำท่วมบ้าน
คุณไปต่างจังหวัดหลายวัน พอกลับมาก็พบว่าท่อน้ำในบ้านแตก ทำให้พรมและเฟอร์นิเจอร์เสียหาย
กรมธรรม์อัคคีภัย สำหรับที่อยู่อาศัยคุ้มครองความเสียหายนี้หรือไม่ แน่นอน เพราะกรณีอยู่ในความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย
ซึ่งคุ้มครองความเสียหายของทรัพย์สินเอาประกันภัยที่เกิดจากไฟไหม้ ฟ้าผ่า ระเบิด
ยานพาหนะ อากาศยาน หรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน และภัยเนื่องจากน้ำ
คุ้มหรือไม่?
... กับคอมพิวเตอร์ค่าตัว 10,900 บาท
ถ้าพูดถึงโครงการคอมพิวเตอร์ไอซีที
ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ต้องถือว่าประสบความสำเร็จในแง่การตลาดอย่างล้นหลาม
และเป็นการพลิกโฉมอุตสาหกรรมคอม พิวเตอร์เมืองไทยอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ทำให้คนทั้งประเทศตื่นตัวกับการที่ต้องการเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ด้วยราคา 10,900
บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) ของพีซีตั้งโต๊ะรุ่น "สินสมุทร" ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์
อย่างไรก็ตาม ประชาชนคนไทยที่ยังไม่ได้สั่งจองก็ยังพอมีเวลาอีกเล็กน้อยเพราะโครงการคอมพิวเตอร์ไอซีทีกำหนดปิดรับจองในวันที่
31 พ.ค.นี้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจ หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
ฉบับวันที่ 29 พ.ค. - 1 มิ.ย. 46 ที่ ได้นำผลการทดสอบคอมพิว เตอร์ไอซีทีรุ่น
"สินสมุทร" ของนิตยสาร CHIP มาให้พิจารณาก่อนตัดสินใจ ดังนี้
ทางนิตยสาร CHIP โดย นายอนันต์สิทธิ์ สุจิรัตน์ บรรณาธิการบริหาร และ นายสุภกิจ
นวมขำ บรรณาธิการเทคนิค เป็นผู้ทำการทดสอบคอมพิว เตอร์ไอซีทีรุ่น "สินสมุทร"
ซึ่งได้รับเครื่องทดสอบจาก ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(เนคเทค) ได้สรุปออกมาดังนี้.-
คุณสมบัติโดยรวมสมราคา
ตามความเห็นของทีมทดสอบของ CHIP ระบุว่า เครื่องคอมพิวเตอร์ชุดนี้นับว่าสมราคา
คือ สามารถทำงานทั่วๆ ไปได้ดี แม้จะไม่ถึงขั้นสุดยอด เนื่องจากซีพียูที่ใช้นั้นเป็นเพียง
Celeron ความเร็วในการทำงานเพียง 1 GHz นอกจากนี้หน่วยความจำที่ใช้งานก็ยังเป็นแบบเก่าถึงแม้ว่าจะมีขนาด
128 MB แต่ในการใช้งานจริงจะเหลือเพียง 120 MB เท่านั้น เนื่องจากมีการแบ่งไปใช้กับระบบกราฟิกที่อินทิ
เกรตมานั่นเอง ความสามารถในการทำงานจึงไม่อาจเทียบกับเครื่องรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันได้
โดยรวมถือว่าตัวเครื่องมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างครบถ้วน เพราะเมื่อประเมินคุณสมบัติขั้นต้นของเครื่องแล้วสามารถใช้งานได้หลากหลายลักษณะ
ตั้งแต่การใช้งานด้านเอกสาร ใช้ท่องอินเทอร์เน็ต และเพื่อความบันเทิงในลักษณะของมัลติมีเดีย
รวมถึงการทำงานทั่วๆ ไป ด้วยพื้นฐานที่อยู่บนระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ทะเล ส่วนการที่จะนำไปใช้เล่นเกมสามมิตินั้น
เครื่องคอมพิวเตอร์ชุดนี้ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าขนาดความจุของฮาร์ดดิสก์จะทำให้สามารถเก็บข้อมูลหรือติดตั้งโปรแกรมได้อย่างมากมายก็ตาม
ผลการทดสอบด้านประสิทธิภาพ
CHIP ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ชุดนี้ บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์เอ็กซ์พีที่ติดตั้งใหม่
ปรากฏว่าเครื่องสามารถทำงานได้อย่างไม่มีปัญหา เริ่มต้นจากโปรแกรมทั่วๆ ไป การใช้งานเพื่อความบันเทิง
ดูหนัง และฟังเพลง รวมถึงการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต แต่ความเร็วนั้นค่อนข้างจำกัด
ส่วนในการทดสอบการทำงานของแอปพลิเคชั่นที่มีลักษณะเป็นแบบ multi tasking หรือทำงานพร้อมๆ
กันครั้งละหลายๆ แอปพลิเคชั่นด้วยโปรแกรม SYSMark 2001 ปรากฏว่าเครื่องไม่สามารถทดสอบจนผ่านไปได้
โดยจะปรากฏอาการค้างหรือแฮงก์ให้เห็นได้บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่มีการทำงานในลักษณะที่เป็นแบ็ก
กราวนด์มากๆ เช่น ในช่วงที่มีการสั่งพิมพ์เอกสารออกทางพรินเตอร์เป็นจำนวนมากๆ
ในขณะที่ยังมีการทำงานของแอปพลิเคชั่นหรือโปรแกรมกำลังประมวลผลอื่นๆ อยู่ เนื่องจากไม่สามารถทดสอบจนผ่านไปได้
CHIP จึงได้ทำการเพิ่มขนาดหน่วยความจำให้สูงขึ้นอีก 128 MB ปัญหาการแฮงก์ของเครื่องก็หมดสิ้นไป
และสามารถผ่านการทดสอบได้ แต่ผลคะแนนที่ได้จากโปรแกรมทดสอบนั้นดูจะน้อยไปสักนิดโดยเฉพาะในส่วนของการทำงานของแอปพลิเคชั่นด้านกราฟิก
ความสามารถในการแสดงผลของระบบกราฟิกที่มาอินทิเกรตมาพร้อม หากเป็นการใช้งานทั่วๆ
ไปก็ถือว่าปกติ แต่หากเป็นการแสดงภาพสามมิติที่ต้องการความรวดเร็วและต่อเนื่องอย่างภาพในเกมนั้นถือว่าไม่เหมาะสม
เพราะจากการทดสอบด้วยเกม quake III arena ในโหมดปกติที่มีความละเอียดไม่สูง ความรวดเร็วในการแสดงภาพยังมีอัตราเพียง
12.2 เฟรมต่อวินาทีเท่านั้น ขณะที่ความเร็วขั้นพื้นฐานนั้นอย่างน้อย ควรอยู่ที่
30 เฟรมต่อวินาทีขึ้นไป ส่วนการทดสอบจอภาพขนาด 15 นิ้วที่ใช้กับเครื่องนั้น แม้ว่าจะรองรับความละเอียดได้ในระดับ
1,024x768 พิกเซล แต่ไม่ค่อยเหมาะในการใช้งาน เพราะภาพที่ปรากฏจะมีอาการสั่นจนทำให้เกิดอาการล้าทางสายตา
จากอัตรารีเฟรชของจอภาพที่มีเพียง 60 เฮิรตซ์ซึ่งต่ำเกินไป ในการทำงานจริงหากไม่ต้องการให้ล้าสายตาควรจะต้องใช้ความละเอียดเพียงขนาด
800x600 พิกเซล
การอัพเกรดทำได้ยาก
เนื่องจากองค์ประกอบต่างๆ ของเครื่องนั้นมีคุณสมบัติที่ค่อนข้างจำกัด เริ่มตั้งแต่การใช้ซีพียูในรูปแบบที่เป็นซ็อกเก็ต
370 ซึ่งในปัจจุบันบริษัทผู้ผลิตรายสำคัญอย่างอินเทลนั้นได้ยกเลิกสายการผลิตไปแล้ว
ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนไปใช้ซีพียูที่มีความสามารถดีกว่า Pentium III หรือ Celeron
ที่มีความเร็วเกินกว่า 1.3 GHz ได้ และปัจจุบันซีพียูเหล่านี้ก็หาซื้อได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งสำคัญที่ทำให้คอมพิวเตอร์ไอซีทีอัพเกรดได้ยาก ก็คือเมนบอร์ดซึ่งนอกจากจะทำให้เป็นข้อจำกัดในเรื่องของการใช้ซีพียูแล้ว
ยังทำให้ความสามารถในส่วนอื่นๆ ถูกจำกัดตามไปด้วย เริ่มตั้งแต่หน่วยความจำที่ต้องใช้เป็นแบบ
SDRAM PC133 และโอกาสที่จะเพิ่มความสามารถในการเล่นเกมสามมิติของเครื่องก็ทำได้เพียงการติดตั้งการ์ดแสดงผลที่เป็นแบบ
PCI ที่หาซื้อได้ค่อนข้างยากเช่นกัน เนื่องจากเมนบอร์ดไม่มีสลอต AGP ที่เป็นมาตรฐานส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
ด้วยข้อจำกัดทางด้านราคา ทำให้ต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่ ทำให้คอมพิวเตอร์ไอซีทีต้องพึ่งพาการใช้ระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ทะเล
ซึ่งเป็นของฟรี ที่แม้ว่าจะมีระบบการติดต่อกับผู้ใช้เป็น กราฟิกที่สื่อด้วยรูปภาพเหมือนกับระบบปฏิบัติการวินโดวส์
แต่สำหรับผู้เริ่มต้นแล้วใช้งานได้ยากกว่า และมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น แอปพลิเคชั่นที่มารองรับซึ่งไม่แพร่หลายเท่ากับวินโดวส์
รวมทั้งเรื่องของซอฟต์แวร์ไดร์เวอร์ ที่ผู้ผลิตไม่ค่อยพัฒนาขึ้นมาใช้งาน อีกทั้งขั้นตอนการจัดการต่างๆ
ทำได้ยุ่งยากกว่าพอสมควร อย่างไรก็ดี ระบบปฏิบัติการของฟรีนี้ก็มีความสมบูรณ์ในตัวเองอยู่ระดับหนึ่ง
สวัสดีครับ กลับมาพบกับอีกครั้งในฉบับต้อนรับคณะกรรมการบริหารหอการค้าจังหวัดมุกดาหารชุดใหม่กันนะครับ
ฉบับนี้มีเว็บไซด์ที่น่าสนใจมานำเสนอกัน ทั้งเรื่องสุขภาพ และระบบสุริยะจักรวาล
เชิญอ่านกันเลยดีกว่าครับ
www-ddc.moph.go.th/SARS_Center.html
เว็บไซด์ของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ที่จะบอกถึงโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง
(โรคซาร์ส) ที่ระบาดอย่างหนักในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ปัจจุบัน ความรู้และคำแนะนำ
รวมทั้งประกาศเกี่ยวกับโรคซาร์ส ซึ่งรวบรวมคำถามที่มีผู้ถามบ่อยมากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านอย่างแน่นอน
www.nomsgthailand.com
เว็บไซด์นี้เหมาะสำหรับคนที่ใส่ใจกับสุขภาพตนเอง โดยจะอธิบายให้ทราบถึงข้อดีข้อเสียของผงชูรส
ที่เราๆ ท่านๆ ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ รวมทั้งพิษภัยอันตรายของสารประเภทนี้ เหมาะสำหรับทุกครอบครัวนะครับที่ต้องการหลีกห่างไกลจากสารที่ไม่ค่อยปลอดภัยสำหรับร่างกายเรามากสักเท่าไหร่
www.sabuy.com/padkanpikin
เหมาะมากครับ เว็บนี้สำหรับนักชิมตัวยงทั้งหลายแหล่ แจกแจงรายละเอียดได้ดีพอสมควรทีเดียวครับ
สำหรับแหล่งอาหารอร่อยทั่วทุกมุมของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นเหนือ ใต้ ออก ตก รวมทั้งอีสานของเราด้วย
มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอาหารกันอีกด้วย อีกทั้งมีข้อมูลการท่องเที่ยวทั่วไทย
ไว้คอยต้อนรับขาเที่ยวอีกเพียบ
www.thaitechnics.com/lunar/stepon_t.html
เหมาะมากครับสำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับระบบสุริยจักรวาล ในส่วนนี้จะอธิบายถึงการที่
นีลอาร์มสตรอง ได้ก้าวลงสู่ดวงจันทร์ เป็นคนแรกของโลก
ข้อมูลสำคัญของมุกดาหาร
ในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาทางฝั่งซ้ายของลำน้ำโขงแขวงสะหวันนะเขต มีหมู่บ้านชุมชนใหญ่ชื่อบ้านหลวงโพนสิน
ซึ่งตั้งอยู่ที่บริเวณพระธาตุอิงฮัง แขวงสะหวันนะเขตในปัจจุบัน โดยมีเจ้าจันทรสุริยวงศ์ปกครอง
มีบุตรชายชื่อเจ้ากินรี ซึ่งต่อมาได้ข้ามลำน้ำโขงมาฝั่งขวาที่บริเวณปากห้วยมุก
สร้างบ้านแปลงเมืองขึ้น ณ ที่นั้นในปี พ.ศ. 2310 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2313 และตั้งชื่อเมืองว่า
"มุกดาหาร" อันเกิดจากศุภนิมิตรที่พบเห็นในขณะที่กำลังสร้างเมือง ชาวเมืองทั่วไปเรียกมุกดาหารว่า
เมืองมุก
ในสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ได้พระราชทานบรรดาศักดิ์ ให้เจ้ากินรีเป็นพระยาจันทรศรีสุราช
อุปราชามัณฑาตุราช ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองคนแรกของเมืองมุกดาหาร เมื่อปี พ.ศ. 2321เดิมเมืองมุกดาหารมีฐานะเป็นเมืองขึ้นการปกครองกับมณฑลอุดร
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 มีการปรับปรุงการปกครองมณฑลอุดรเป็นจังหวัด และเมืองมุกดาหารจึงถูกยุบเป็นอำเภอเมืองมุกดาหาร
ขึ้นการปกครองกับจังหวัดนครพนม จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 รัฐบาลได้ออกพระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดมุกดาหารขึ้นเป็นจังหวัดที่
73 ของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ 17 ของภาคอีสาน
จังหวัดมุกดาหาร
เป็นประตูด่านสำคัญสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน มีความสัมพันธ์ฉันท์บ้านพี่น้องกับแขวงสะหวันนะเขต
สปป.ลาว มาช้านาน โดยมีแม่น้ำโขงซึ่งมีความยาวถึง 70 กิโลเมตร เป็นเส้นกั้นพรมแดน
และมีความโดดเด่นในด้านชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆที่มีถึง 8 เผ่าได้แก่ เผ่าไทยอีสาน
ภูไท ไทยข่า กระโซ่ ไทยย้อ ไทยแสกและไทยกุลา และยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม
มุกดาหารมีพื้นที่ประมาณ 4,339.830 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ
คือ อำเภอเมืองมุกดาหาร อำเภอคำชะอี อำเภอดอนตาล อำเภอนิคมคำสร้อย อำเภอดงหลวง
อำเภอหว้านใหญ่ และอำเภอหนองสูง
งานกาชาดและงานรวมเผ่าไทยมุกดาหาร มะขามหวานชายโขง
ระหว่างวันที่ 9-15 มกราคม ทุกปีจังหวัดมุกดาหารเป็นเมืองเก่าแก่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงตรงข้ามกับแขวงสะหวันนะเขต
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงมีชาวไทยเผ่าต่างๆ อาศัยอยู่หลายเผ่า อาทิ
ผู้ไท โซ่ ย้อ ข่า กะเลิง กุลา ซึ่งแต่ละเผ่าล้วนแล้วแต่มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่น่าสนใจ
มีเอกลักษณ์และศิลปวัฒนธรรมของตนเอง นอกจากนี้มุกดาหารยังเป็นแหล่งกำเนิดมะขามหวานพันธุ์ดีที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานาน
หากแต่ยังขาดการส่งเสริมในด้านการตลาด ดังนั้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ของดีของท้องถิ่นและส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร
จึงได้จัดงานรวมเผ่าไทยมุกดาหาร มะขามหวานชายโขง ขึ้นเป็นประจำทุกปีระหว่างวันที่
9-15 มกราคม รวม 7 วัน 7 คืน โดยงานจะจัดขึ้นบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด กิจกรรมระหว่างงานมีขบวนแห่
ซึ่งใช้ผู้ฟ้อนนับร้อยคนแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่า มีการประกวดมะขามหวาน การประกวดธิดาเผ่าไทย
การออกร้านของหน่วยงานต่างๆ และการแสดงพื้นเมือง เป็นต้น
ประเพณีการแข่งเรือ
ในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปีการแข่งเรือของจังหวัดมุกดาหารเป็นประเพณีสืบทอดกันมาแต่โบราณ
โดยจัดขึ้นในลำน้ำโขงในช่วงเทศกาลออกพรรษาของทุกปี ในวันขึ้น 13 ค่ำ-15 ค่ำ เดือน
11 ที่บริเวณเขื่อนริมโขง ถนนสำราญชายโขง การแข่งเรือนี้จัดแบ่งเป็น 2 ประเภท
คือ การแข่งเรือเร็ว โดยแบ่งเป็น 3 รุ่น ได้แก่ เรือรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่
ระยะทางแข่งยาว 3 กิโลเมตร เรือทุกลำเป็นเรือขุดท้องกลม อีกประเภทหนึ่งคือ การแข่งเรือประเภทสวยงาม
โดยตกแต่งเรือให้สวยงามตลอดลำ โดยเฉพาะจะเน้นที่หัวเรือ การแข่งเรือทั้งสองประเภทนี้
ในแต่ละปีจะมีเรือเข้าแข่งขันเป็นจำนวนมาก และได้รับความสนใจจากชาวมุกดาหาร และประชาชนจากจังหวัดใกล้เคียงเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ยังมีการแข่งเรือมิตรภาพไทย-ลาว โดยมีเรือจากแขวงสะหวันนะเขตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมาร่วมแข่งเป็นประจำทุกปี
ถ้าพูดถึงสมุนไพร
คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงส่วนของพืชที่นำมาใช้เป็นยารักษาโรค แต่ในความเป็นจริงคือส่วนประกอบที่ได้จาก
พืช สัตว์ และแร่ธาตุต่าง ๆ ก็เป็นสมุนไพรแทบทั้งสิ้น แต่สมุนไพรที่ได้จาก ผัก
ผลไม้ ธัญพืช คนมักใช้กินเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน เพราะเป็นแหล่งโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุรวมทั้งสารอื่น
ๆ ซึ่งล้วนแต่มีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะนำไปสู่สุขภาพที่ดี
ปัจจุบันนี้เครื่องดื่มประเภทน้ำสมุนไพรได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น
ไม่ว่าที่บ้าน โรงเรียน งานเลี้ยง ซึ่งน้ำ สมุนไพรเหล่านี้ได้จากการนำส่วนประกอบต่าง
ๆ ของพืช ได้แก่ ผลไม้ ผัก/ธัญพืชต่ง ๆ นำมาแปรรูปให้ตรงกับความต้องการของเรา
เช่น ผัก ผลไม้กินทุกวันบางครั้งจะเบื่อในรสชาติ หรือบางคนไม่ชอบกินผักผลไม้บางชนิด
เราก็สามารถนำมาทำเป็นเครื่องดื่มในรูปของ น้ำผลไม้ น้ำผัก/ธัญพืช ถ้ามีเหลือมาก
ๆ อาจนำมาตากแห้ง หรืออบแห้งเป็นชาสมุนไพรก็ได้ ยิ่งในฤดูร้อนเครื่องดื่มจะมีความหมายมาก
เพราะช่วยลดอาการกระหายน้ำ ลดอาการเหนื่อยเพลีย เนื่องจากเหงื่อออกมาก ดังนั้นควรทำไว้ดื่มกินเอง
จะช่วยประหยัด สะอาด ถูกสุขลักษณะ โดยเตรียมสมุนไพรที่ต้องการจะปรุงน้ำต้มสุก
1 แก้ว เกลือป่นและ น้ำเชื่อมเล็กน้อย ขั้นแรกนำสมุนไพรมาล้างให้สะอาด เช่น ฝรั่งมะม่วงดิบ
ฯลฯ ก็ควรนำมาฝานแล้วตำด้วยครกให้ละเอียด หรือขูดให้ ฝอย เติมน้ำแล้วคั้นด้วยผ้าขาวบางหรือจะใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ชนิดแยกกากก็ได้
แต่ถ้าเป็นสมุนไพรประเภทมะเขือเทศ แตงโม ลูก เดือย ฯลฯ ใช้เครื่องปั่นน้ำผลไม้ปั่นจนละเอียดไม่ต้อง
กรอง ปรุงรสด้วยเกลือป่น น้ำเชื่อม ชิมรสตามใจชอบ ส่วนสมุนไพรประเภทชา ชงที่ผ่านการตากแห้งหรืออบแห้งแล้ว
ประมาณ 1-2 ช้อนชาเติมน้ำร้อนทิ้งไว้สักครู่ ก่อนดื่มควรกรองเอากากออก
สำหรับการดื่มที่ดีควรดื่มแบบชิมช้า ๆ และควรดื่มทันทีหลังปรุงเสร็จ เพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารและทางยามากกว่าปล่อยทิ้งไว้
นานแล้วดื่ม เพราะจะทำให้คุณค่าลดลง การดื่มน้ำสมุนไพรจะได้ทั้งกลิ่นและรสตามธรรมชาติของสมุนไพรนั้น
ๆ และยังมีคุณค่าทางยา อีกด้วย เช่น น้ำมะขาม ช่วยลดอาการกระหายน้ำ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลง
น้ำใบเตย น้ำใบบัวบก เป็นยาเย็นช่วยบำรุงหัวใจ น้ำมะเขือเทศ มีคุณสมบัติช่วยย่อย
และช่วยฟอกเลือด ทำให้ผิวพรรณสวย จากนั้นยังมีสารบางอย่างที่ช่วยลดพิษในลำไส้
มะเร็ง ต่อมลูกหมากได้ เครื่องดื่มเหล่านี้เป็นได้ทั้งอาหารและให้คุณค่า จึงอาจกล่าวได้ว่าน้ำสมุนไพรจึงเป็นยาช่วยบำรุง
ปกป้องรักษา สภาพสภาวะสมดุลทำให้มีสุขภาพดี
การดื่มน้ำสมุนไพรไม่ว่าจะเป็นน้ำผลไม้ น้ำผัก/ธัญพืชหรือชาสมุนไพร สักกี่คนจะรู้ว่าเมื่อดื่มน้ำสมุนไพรแล้วร่างกายกระชุ่ม
กระชวยมีชีวิตชีวา ครายเคีรยดและยังช่วยลดสารพิษ คุณค่าอันมากมายเหล่านี้ทุกคนล้วนหาได้ไม่ยาก
และถ้าหากต้องใช้เครื่องดื่ม ไม่ว่าจะในชีวิตประจำวัน งานเลี้ยง ประชุมต่าง ๆ
ก็ให้นึกถึงน้ำสมุนไพร จะทำให้ผู้ดื่มมีสุขภาพดีขึ้น
ที่มา
http://www.thai.net/smileman/namsamunpai.htm
มติลงโทษผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ไม่รักษามรรยาทของผู้สอบ
ด้วยที่ประชุมคณะกรรกมารควบคุมการประกอบวิชาชีพสอบบัญชี (ก.บช.) ครั้งที่ 145
(2/2546) เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2546 ได้มีมติให้ลงโทษผู้สอบบัญชีรับอนุญาตที่ไม่รักษามรรยาทของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2534) ข้อ 2(1) (ค) และข้อ 2 (2) (ข)
(ง) (ฉ) ออกตามความในพระราชบัญญัติผู้สอบบัญชี พ.ศ. 2505 โดยให้พักใบอนุญาตการเป็นผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
เป็นเวลา 1 ปีคือ
1.พันตรีเปรมจิตต์ ชุณหะวัต (เลขทะเบียน 152)
2. นายห้องสิน ทันด่วน (เลขทะเบียน 2637)
ทั้งนี้ โดยมีผลตั้งแต่ 23 เมษายน 2546 ถึงวันที่ 22 เมษายน 2547
ข้อมูลอุบัตเหตุจราจรในมุกดาหารช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2546
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหารแจ้งว่า มีผู้ได้รับอุบัติเหตุทั้งสิ้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี
2546 ในมุกดาหาร 230 คน แบ่งออกเป็น ชาย 181 คน หญิง 49 คน เทียบกับปี 2545 ในช่วงเดียวกัน
การบาดเจ็บมีอัตราลดลงร้อยละ 24.24 ส่วนการเสียชีวิตลดลงร้อยละ 25
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรับเงินในกรณีไม่แสดงใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (เดิมชื่อ กรมทะเบียนการค้า) กระทรวงพาณิชย์ ได้ออกระเบียบกรมพัฒนาธุรกิจการค้าว่าด้วยการเปรียบเทียบปรับตาม
พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ดังนี้.-
1. ไม่แสดงใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจไว้ ณ สถานประกอบธุรกิจของตนในที่เปิดเผย
อัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
2. ไม่ยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต หรือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจแทนฉบับที่ชำรุดหรือสูญหายภายใน
15 วัน นับแต่วันทราบการชำรุดหรือสูญหาย อัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
3. ไม่ยื่นคำขอแจ้งเลิกประกอบธุรกิจหรือย้ายสำนักงานหรือย้ายสถานที่ประกอบธุรกิจ
ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่เลิกหรือวันย้าย อัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
4. ไม่ปฏิบัติตามหนังสือสอบถามหรือหนังสือเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริงของนายทะเบียน
หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือไม่ยอมให้ข้อเท็จจริง หรือไม่ส่งเอกสารหรือหลักฐานเมื่อนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามหรือเรียกตรวจสอบ
หรือไม่อำนวยความสะดวกแก่นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร ในขณะเข้าตรวจสอบยังสถานประกอบธุรกิจ
โดยไม่มีเหตุอันควร อัตราโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท
นอน...กรน...เกิดจากอะไร
ในผู้ใหญ่ อาการนอนกรน มักมีสาเหตุมาจาก
- อายุ เมื่ออายุมากขึ้น เนื้อเยื่อต่างๆ จะขาดความตึงตัว ลิ้นไก่ยาวและเพดานอ่อนห้อยต่ำลง
กล้ามเนื้อต่างๆ หย่อนยาน รวมทั้งกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจบริเวณลำคอ
ทำให้ลิ้นไก่และลิ้นตกไปบังทางเดินหายใจได้ง่าย
- เพศ ประมาณร้อยละ 85 ของผู้ป่วยเป็นเพศชาย ทั้งจากการศึกษาทางระบาดวิทยาและการศึกษาผู้ป่วยเฉพาะกลุ่ม
พบว่าเพศชายมีโอกาสเป็นมากกว่าเพศหญิง ด้วยอัตราส่วน 7:1 แต่เมื่อถึงวัยหมดประจำเดือนพบว่าเพศหญิงมีโอกาสเป็นมากขึ้น
อาจเป็นไปได้ว่าฮอร์โมนเพศจะมีผลต่อโรคนี้ได้ เชื่อว่าอิทธิพลของฮอร์โมนส่งผลที่โครงสร้างบริเวณศีรษะและลำคอของเพศชาย
เนื้อเยื่อบริเวณคอหนาขึ้นทำให้มีช่องคอแคบกว่าผู้หญิง ฮอร์โมนของเพศหญิงมีส่วนทำให้กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ขยายช่องทางเดินหายใจ
มีความตึงตัวที่ดี
- ลักษณะโครงสร้างของกะโหลกศีรษะและกระดูกใบหน้าผิดปกติ เช่น คางเล็ก
คางเลื่อนไปด้านหลัง ลักษณะคอยาว หน้าแบน ล้วนทำให้ทางเดินหายใจช่วงบนแคบลงเกิดการอุดตัน
และทำให้เกิดการหยุดหายใจได้ โรคที่มีความผิดปกติบริเวณนี้ได้แก่ Down's syndrome
, Prader Willi syndrome , Crouzon's syndrome เป็นต้น
- กรรมพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายที่ไม่อ้วน แต่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
ปัจจัยทางพันธุกรรมน่าจะเป็นสาเหตุหลักของผู้ป่วยกลุ่มนี้ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมากกว่าคนปกติ
1.5 เท่า
- โรคอ้วน พบว่าประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ป่วย OSAS มี Body Mass Index (BMI)
> 28 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือมีน้ำหนักมากกว่าร้อยละ 20 ของน้ำหนักมาตรฐาน
เมื่อลดน้ำหนักได้ 5-10 กิโลกรัมจะทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้นได้ ผู้ป่วยที่อ้วนมีโอกาสเกิดการหยุดหายใจขณะหลับมากกว่าคนทั่วไป
เนื่องจากไขมันนอกจากจะกระจาย อยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆทั่วร่างกาย เช่น ที่สะโพก
หน้าท้อง น่อง ต้นขา ยังพบว่ามีเนื้อเยื่อไขมันกระจายอยู่รอบๆทางเดินหายใจช่วงบนมากขึ้น
ไขมันที่พอกบริเวณคอจะทำให้เวลาที่ผู้ป่วยนอนลง เกิดน้ำหนักกดทับ ทำให้ช่องคอแคบลงได้
หน้าท้องที่มีไขมันเกาะอยู่มากทำให้กระบังลมทำงานได้ไม่เต็มที่ ความจุของปอดลดลง
ล้วนเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจได้โดยง่ายขึ้น
- แน่นจมูกเรื้อรัง จมูกเป็นต้นทางของทางเดินหายใจ ถ้ามีภาวะใดก็ตามที่ทำให้แน่นจมูกเรื้อรัง
เช่นมีผนังกั้นจมูกคด เยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรัง หรือเนื้องอกในจมูก ย่อมจะทำให้การหายใจลำบากขึ้น
- ดื่มสุรา หรือการใช้ยาบางชนิด จะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง รวมทั้งกล้ามเนื้อที่คอยพยุงช่องทางเดินหายใจให้เปิด
หมดแรงไป เกิดภาวะทางเดินหายใจอุดตันได้ง่ายขึ้น นอนจากนี้จะกดการทำงานของสมอง
ทำให้สมองตื่นขึ้นมาเมื่อมีภาวะการขาดออกซิเจนได้ช้า ซึ่งอาจส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อหัวใจและสมองได้
- การสูบบุหรี่ ทำให้ประสิทธิภาพของระบบทางเดินหายใจแย่ลง ทำให้คอหอยอักเสบจากการระคายเคือง
มีการหนาบวมของเนื้อเยื่อ ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง เกิดการอุดตันได้ง่าย และยังส่งผลเสียต่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ
- โรคต่อมไร้ท่อต่างๆ ได้แก่ Hypothyroidism, Acromegaly พบว่าทำให้เกิดทางเดินหายใจอุดตันได้มากกว่าคนทั่วไป
ในเด็ก อาการนอนกรน มักมีสาเหตุมาจาก
- ต่อมทอนซิล (ที่เห็นอยู่ข้างลิ้นไก่ในคอทั้งสองข้าง) มีขนาดโตมาก เพราะมีการอักเสบเรื้อรัง
ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังของบริเวณช่องคอ
- ต่อมอะดินอยด์ (อยู่บริเวณด้านหลังโพรงจมูก) มีขนาดโตมาก เพราะมีการอักเสบเรื้อรัง
ซึ่งอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอักเสบเรื้อรังของบริเวณช่องจมูก รวมทั้งโพรงไซนัส
- ภาวะจมูกอักเสบเรื้อรัง เช่น โรคภูมิแพ้ เพราะเป็นเหตุให้แน่นจมูก หายใจไม่สะดวก
ต้องอ้าปากช่วย ยิ่งทำให้นอนกรนได้มากขึ้น
- ไซนัสอักเสบ โดยเฉพาะไซนัสอักเสบเรื้อรัง จะมีน้ำมูกข้น และจมูกบวม
ทำให้หายใจทางจมูกไม่สะดวก จึงนอนกรนได้
- ภาวะที่มีเนื้องอกในโพรงจมูก เช่น ริดสีดวงจมูก หรือมีผนังกั้นจมูกคด ซึ่งมักเกิดร่วมกับเยื่อบุจมูกบวมโต
ทำให้หายใจทางจมูกไม่สะดวก จึงนอนกรน
- ในบางราย มีความผิดปกติแต่กำเนิด ทำให้กระดูกใบหน้าเล็ก หรือมีเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจใหญ่
เช่นมีลิ้นโต เป็นสาเหตุให้มีภาวะอุดตันของทางเดินหายใจได้ขณะนอนหลับ
ที่มา
http://www.sleepgroup.com
GO
TOP
การเล่นแชร์เปียหวย ไม่ใช่การกู้ยืมเงิน
การเล่นแชร์เปียหวย ไม่เป็นการกู้ยืม แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ฟ้องร้องกันได้
การประมูลให้ดอกเบี้ยกัน ถือไม่ได้ว่าเป็นการให้ดอกเบี้ยในการกู้ยืม เป็นลักษณะการประมูลว่าใครจะให้ประโยชน์สูงกว่ากันเท่านั้น
มิได้กำหนดอัตราให้เรียกร้องกันได้อย่างไร จึงไม่อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 654
การเล่นแชร์เปียหวย เกิดขึ้นจากความตกลงกันในระหว่างผู้เล่น จึงเป็นสัญญาชนิดหนึ่ง
เมื่อไม่มีกฎหมายห้ามก็ใช้บังคับได้ แม้จะไม่เป็นการกู้ยืม จำเลยก็ไม่มีเหตุที่จะอ้างได้ว่าจำเลยได้ทรัพย์ไปโดยไม่มีมูลที่จะอ้างได้ตามกฎหมาย
กรณีไม่เป็นลาภมิควรได้ เช่น โจทก์บรรยายฟ้องว่า "เล่นแชร์กับจำเลยซึ่งเป็นนายวงและบรรยายถึงวิธีเล่นแชร์ไว้โดยชัดแจ้งว่า
จำเลยมีหน้าที่ต้องรับผิดต่อโจทก์ แชร์แต่ละวงมีผู้เล่นกี่คน เป็นเงินวงละเท่าใด
ส่งเงินไปแล้วเท่าใด ดังนี้ฟ้องโจทก์ชัดแจ้งพอที่จำเลยจะแก้ข้อหาได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่า
แชร์แต่ละวงมีใครบ้าง เพราะผู้เล่นแชร์เหล่านั้นไม่ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์
การเล่นแชร์ เปียหวย หาได้มีกฎหมายบัญญัติไว้ว่าต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร
แม้ตกลงกันด้วยวาจาก็ฟ้องร้องบังคับกันได้
ต้นตอคอร์รัปชั่นในจีน
เรื่องแปลกๆ ในโลกเศรษฐกิจและการเงิน MONEY&BANKING (WORLD EXCLUSIVE) โดยเพียรพรรณ
กำเนิดศิริ เป็นเนื้อหาของเรื่องแปลกๆ เบาๆ แต่สอดแทรกด้วยสาระเนื้อหาเป็นเรื่องที่ทันสมัย
เข้ากับกระแสโลกาภิวัฒน์ได้เป็นอย่างดี ผมจะลองตัดบทความตามตอนหนึ่ง ในหนังสือเล่มนี้มาลองให้ท่านได้อ่านกันดู
แล้วจะรู้ว่าหนังสือราคา 190 บาทนี้มันคุ้มค่ากับความคันๆ มันส์ๆ ดีจริงๆ
ถ้าเชื่อเรื่องดวงเมืองกันละก้อ ลองดูกันเล่นๆว่าในขณะนี้มีดวงเด่นๆ อยู่ 2 ประเทศ
รายแรกเด่นในแง่อาภัพตกอับสุดขีด เคราะห์หามยามร้ายแบบสายฟ้าแลบ เพียงแค่ไม่ถึงชั่วโมงมีประชาชนเสียชีวิตครึ่งหมื่นเมื่อวันที่
11 กันยายน 2544 เป็นเหตุการณ์วิปโยครุนแรงในประวัติศาสตร์ชาติสหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยการเปิดศึกถล่มอัฟกานิสถานเพื่อจับคน
(เพียง 1 คน) มาลงโทษขณะที่ภายในประเทศสหรัฐฯ ยุ่งเหยิงด้วยเชื้อโรคแอนแทรกซ์
ที่เป็นปริศนาว่าบังเอิญระบาดหรือสงครามเชื้อโรค เรื่องเศรษฐกิจแทบไม่ต้องพยากรณ์มีอยู่ทิศทางเดียวคือ
รูดต่ำลง ชาวโคบาลไม่มีอารมณ์สุนทรีซื้อข้าวของฟุ่มเฟือย หรือเที่ยวเตร่พักผ่อนหรือลงทุนทำอะไรใหม่ๆ
ธุรกิจต่างๆ โละคนงานทิ้งแทบทุกวัน รัฐบาลลุงแซมงัดทุกมาตรการปลุกเศรษฐกิจและรักษาสภาพจิตใจของพลเมืองคืนสู่ปกติสุขโดยเร็ว
(ดวงเมืองแยงกี้ส่อเค้าวิปริต ตั้งแต่การนับคะแนนเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่โกลาหลปลายปี
2543)
รายที่สองเป็นดวงเมืองฟากเอเชียที่สุกใสชัดเจน นับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา แดนมังกรได้ฮ่องกงมาครอบครองสมปรารถนา
และหนีพ้นวิกฤติการเงินเอเชีย แถมยังมีเศรษฐกิจเข้มแข็งอีกต่าง ขณะนี้เข้าเป็นสมาชิก
WTO หลังจากรอคอยนานถึง 15 ปี ตามมาด้วยการเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคฤดูร้อนในปี
2551 และอาจจะมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬายอดฮิตฟุตบอลโลกอีกต่างหากในอนาคต
ไม่นับรวมรายการส้มหล่นอื่นๆ ที่มุ่งสู่ประตูเมืองจีน ยิ่งสหรัฐฯ ชาติมหาอำนาจต้องเจอศึกษาหลายด้านมากเท่าไหร่
ยิ่งเสริมให้ดวงเมืองหมีแพนด้าแข็งแกร่งในเวทีการเมืองโลกมากขึ้นเท่านั้น
นาง Li Ping และรองประธานรัฐสภาพจีน Cheng Kejir เป็นรอยด่างหนึ่งที่กำลังทำให้ดวงเมืองของจีนอาจต้องดับลงได้ง่ายๆ
ในภายหน้า หากชาวบู๊ลิ้มที่หลงไหลความฟู่ฟ่าของดินแดนดกท้อ ล้วนเดินตามรอยบุคคลทั้งสองมากขึ้นเรื่อยๆ
นาย Cheng ถูกศาลลงโทษประหารชีวิตเมื่อ 2 ปีก่อน ส่วนนาง Ping หรือที่ชาวบ้านตีตราหน้า
"อสรพิษเมียเก็บ" ต้องนอนมุ้งสายบัวไปตลอดชีวิต หลังจากที่ทางการจีนดูวีดีโอฉายภาพคู่รักเดินควงแขนไปบ่อนที่มาเก๊า
ซึ่งคงไม่แปลกและไม่ผิด หากเงินที่นำไปถลุงในคืนนั้น นับหมื่นนับแสนบาทไม่ใช่เงินของทางการจีน
พฤติกรรมของคนทั้งสองถูกนำมาประจานทั่วปักกิ่ง ด้วยป้ายโปสเตอร์ภาพนาย Cheng
และนาง Li พิมพ์ข้อความเตือนใจว่า "คอร์รัปชั่นและความเลวทราม" เป็นมาตรการที่ทางการจีนต้องการนำมาสั่งสอนให้พลเมืองระวังภัยทางศีลธรรมและจริยธรรมที่มากับความฟุ้งเฟ้อของ
สังคมและความร่ำรวยของประเทศ
นาง Li แต่งงานแล้วกับเจ้าหน้าที่รัฐระดับท้องถิ่น พอมีกินไปวันหนึ่งๆ แต่เมื่อพบกับนาย
Cheng ซึ่งมีตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอมฯ ของมณฑล Guangxi ก็เริ่มตีสนิทถึงขั้นเป็นชู้กันอย่างลับๆ
เรื่องราวคงไม่ร้ายแรงไปกว่านี้ ถ้าไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตโกงกินเงินของทาการและรับเงินใต้โต๊ะมากมาย
โดยนาง Li ทำหน้าที่เป็นหน้าม้าคอยติดต่อรับทรัพย์จากกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ เป็นเงินมากกว่า
200 ล้านบาทในช่วง 7 ปี จนถูกจับกุมในที่สุด
ทุกวันนี้ทางการจีนจะให้ครูสอนเด็กๆ ให้ระลึกถึงอันตรายที่ว่า
"ชายเมื่อเริ่มรวย จะเริ่มเลว ส่วนผู้หญิงเมื่อเริ่มเลว จะเริ่มรวย"
เมื่อรถยนต์สูญเสียการทรงตัว
เมื่อรถสูญเสียการทรงตัว ก็ควบคุมยากและถ้าควบคุมไม่ได้ก็หมายถึงการเกิดอุบัติเหตุ
สาเหตุที่ควบคุมยากเพราะรถวิ่งมาด้วยความเร็วสูง สาเหตุที่ต้องใช้ความเร็วสูงเพราะอาจจะรีบเร่ง
สาเหตุที่รีบเร่งเพราะอยากถึงจุดหมายปลายทางเร็วขึ้น (การขับรถให้ปลอดภัยจำเป็นต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบ
โดยตระหนักถึงความปลอดภัยหรือกลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยคาดคิดถึงสถานการณ์เลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นล่วงหน้า
ยกตัวอย่างเช่น ขับความเร็วเกินป้าย กำหนด โดยเฉพาะทางโค้ง เนินลาดชัน หรือการขับผ่านเขตชุมชนหรือเขตเทศบาลด้วยความเร็วตามความต้องการ
ฝ่าฝืนข้อบังคับต่างๆ โดยไม่ได้เฉลียวคิดวิเคราะห์ถึงเหตุและผลของกฎจราจร)
กรณีที่ต้องการจะทดสอบดูความสามารถในการขับขี่ โดยเฉพาะทางโค้ง ขอให้ทดลองขับรถเข้าโค้งที่ไม่มีอุปสรรคบังวิสัยการมองเห็นข้างหน้า
อาจใช้ความเร็วประมาณ 100 หรือ 120 ก็ได้ พยายามรักษาให้รถอยู่กึ่งกลางช่องทางตลอดช่วงโค้ง
ถ้าควบคุมให้อยู่ตรงกลางช่องทางไม่ได้ ก็ให้พยายามหาโอกาสทดสอบบ่อยๆ ปรับลดความเร็วลงโค้งละประมาณ
10 -20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางครั้งที่ความเร็ว 120 ควบคุมไม่ได้ พอลดลงเหลือ
100 หรือ 80 ก็สามารถควบคุมได้ นั่นหมายถึงความพอดีหรือดุลยภาพของความเร็วและระดับการสามารถควบคุมของผู้ขับขี่อยู่ที่ระดับนั้นหลังจาก
ได้ค้นพบดุลยภาพแล้ว ก็อาจพยายามฝึกฝนต่อไปอีก อาจจะทำให้สมรรถนะการเข้าโค้งดีมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งก่อนจะทดลองก็ต้องมั่นใจว่ารถคันที่นำไปใช้ขับทดลองมีความสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
สมรรถนะของรถต้องดีเยี่ยมจริง
การขับรถตัดโค้งก็คงยังพอมีให้เห็น อาจเพราะต้องการความสะดวกรวดเร็วหรือเหตุผลใดสักอย่าง
แต่จะอย่างไรก็ตามในหลักการของประเมินสมรรถนะการควบคุมการทรงตัวของรถไม่มีแต้มให้
เพราะการขับตัดโค้งถือว่าแต้มศูนย์ ทฤษฎีและหลักการของเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดและรอบคอบมาก
มองไปข้างหน้าหลายๆ ช็อต เพราะถูกกำหนดจากพื้นฐานว่า ย่อมมีสักวันหนึ่งที่รถสองคันจะต้องวิ่งตีคู่
มีคันใดคันหนึ่งต้องการแซงขึ้นหน้า ดังนั้น รถต้องถูกควบคุมให้อยู่ในช่องทางของตนเองให้ได้
เพราะมิฉะนั้น มันจะกลายเป็นต้นเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับผู้อื่น
ในทำนองเดียวกัน สมมติว่ากำลังขับรถเข้าสู่ทางโค้ง ปรากฏว่ามีรถคันอื่นๆ แซงขึ้นหน้า
ทางด้านใดด้านหนึ่ง ก็ต้องระวังรถคันที่แซงด้วย เพราะบางครั้งอาจจะควบคุมรถไม่ได้หรือไม่รู้จังหวะการเข้าโค้ง
รถที่แซง อาจเบนเข้ามาในช่องทางของเรา โอกาสจะเกิดอุบัติเหตุก็ย่อมมี
การพยายามสังเกตพฤติกรรมการขับคนอื่นๆ เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ
ยกตัวอย่างเช่น รถคันที่มีเด็กเล็กๆ ยืนเกาะเบาะ, รถที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารหันหน้าคุยกัน,
ผู้ขับที่คุยโทรศัพท์มือถือ หรือผู้ขับหน้าตรงไม่สนใจสภาพแวดล้อมด้านหลังและด้านข้างๆ
รวมทั้งผู้ขับที่ไม่ค่อยผ่อนคลาย จะเห็นอาการนั่งชิดพวงมาลัย แขนงอชิดลำตัว (มือใหม่หมาดๆ
หรือจัดตำแหน่งของการนั่งขับไม่เหมาะสม ทำให้การบังคับรถไม่คล่อง ตัดสินใจเร็วแต่ปฏิบัติได้ช้า)
ในหลักการขับรถอย่างปลอดภัย ให้หลีกเลี่ยงการขับตีคู่หรือขับประกบเป็นระยะเวลานานๆ
เพราะพื้นที่บนถนนถูกปันแบ่งให้รถสองคัน ถ้าขับไม่ตีคู่กัน รถหนึ่งคันจะได้พื้นที่ของอีกหนึ่งช่องทาง
ระยะเวลาที่ว่านาน หมายถึงตั้งแต่ 2 วินาทีขึ้นไป ระยะ 2 วินาที สามารถกะโดยการนับหนึ่งถึงหกหรือแปด
(ในจังหวะความเร็ว การนับ ระดับที่พูดทั่วไป)
วิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ กรณีรถคันใดคันหนึ่งอาจเสียหลักพุ่งชนอีกคันหนึ่งก็กระทำได้โดย
1) ในฐานะเป็นผู้แซงขึ้นหน้า ก็ต้องรีบเร่งแซงขึ้นไปให้เร็วที่สุด
2) ในฐานะเป็นผู้ถูกแซง ต้องรีบลดความเร็วลงเพื่อปล่อยให้คันที่ต้องการแซงๆ ขึ้นไปข้างหน้าให้พ้นไปเร็วๆ
การควบคุมไม่ให้รถสูญเสียการทรงตัว เป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ปลอดภัย
ที่มา
http://www.carcare.com
GO
TOP
กำเนิดอัจฉริยะลูกหนังแห่งเกาะอังกฤษ
ไม่มีใครในโลกนี้ จะไม่รู้จักนักเตะนามกระฉ่อนโลกคนนี้ เดวิด เบคแฮม ทำไมเขาถึงโด่งดังยิ่งนัก
หรือเพราะเขาแต่งงานกับวิคตอเรีย อดัมส์ สาวซ่าจากสไปซ์เกิร์ลนั้นหรือ หรือจากฝีเท้าของเขา
หรือเพราะมีหน้าตาหล่อเหลา ร่ำรวยเงินทอง มีรถสปอร์ตชั้นดี มีทรงผมที่ทำให้เด็กนักเรียนต้องเลียนแบบทั้งเกาะอังกฤษ
เหตุใดเขาจึงมีอิทธิพลต่อคนมากมายบนเกาะอังกฤษนัก (อันดับ 1 ผู้ทรงอิทธิพลต่อประชาชนอังกฤษ
ซึ่งมีคะแนนมากกว่า เดอะบีทเทิ่ล ชาร์ลีแชปปลิ้น หรือโทนี่แบลร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษคนปัจจุบันซะอีก)
บทความตอนนี้มาจากหนังสือ "ที่สุดแห่งเบคแฮม โดยยอดทองจูเนียร์" แล้วคุณจะพบว่า
มันน่าพิศวงกับซุปเปอร์สตาร์คนนี้จริงๆ
6 ตุลาคม 2001 บุรุษในชุดขาวยืนเป็นสง่าอยู่ห่างจากประตูประมาณ 30 หลา เสียงฝูงชนกองเชียร์กรีซ
ทีมเจ้าบ้านฝ่ายตรงข้ามโห่ร้อง กัปตันทีมชาติอังกฤษเผชิญลูกฟรีคิกที่กดดันที่สุดในชีวิต
....
ลูกชี้ชะตาของทีม
เดวิด เบคแฮม พยายามส่องฟรีคิกมาแปดครั้ง แต่ล้มเหลวทั้งหมด เกมตลอดเกือบ 90
นาทีที่ผ่านมา เขาวิ่งพล่านไปทั่วสนามเหมือนกับว่าเล่นฟุตบอลอยู่คนเดียว ความกดดันที่พุ่งขึ้นสูงทำให้ผู้เล่นอังกฤษคนอื่นๆ
โชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก พวกเขาต้องการเสมอกับกรีซ เพื่อผ่านเข้ารอบบอลโลกโดยไม่ต้องไปทรมาน
ทรกรรมเล่นรอบตัดเชือก แต่แล้วชะตาก็เล่นตลกเมื่อกรีซเป็นฝ่ายโชว์ฟอร์มเหนือชั้นขึ้นนำอังกฤษอยู่
2-1 ในช่วงก่อนหมดเวลา หากเบ็คแฮมยิงลูกนี้พลาด เยอรมันที่เสมอกับฟินแลนด์ไปแล้วก็จะได้ผ่านเข้ารอบทันที
เท็ดดี้เชอริงแฮม เสนอตัวเข้ารับความกดดันนี้ แต่เบ็คส์ รู้สึกว่านี่คือความรับผิดชอบของเขา
และแล้วเบ็คส์ก็ตัดสินใจวิ่งไปที่บอล ผู้ชมและแฟนทีมอังกฤษกลั้นหายใจ เท้าของเบ็คส์สัมผัสบอลเต็มๆ
อย่างมั่นใจเหมือนกับ ไทเกอร์วู้ดส์ ลงเหล็ก 7 อย่างหนักแน่น บอลลอยไปด้วยความเร็ว
64.8 ไมล์ต่อชั่วโมง พุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูกรีซไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม เบ็คส์หันมายิ้มกว้าง
คนอังกฤษและแฟนๆ ทั้งประเทศยิ้มตอบ เขาทำสำเร็จแล้วไม่น่าเชื่อว่าชายคนที่เคยดับความหวังของชาวอังกฤษด้วยใบแดงในศึกบอลโลกที่ฝรั่งเศส
จะเป็นคนจุดประกายสร้างฝันขึ้นมาใหม่อย่างสวยสดงดงามในครั้งนี้ชีวิตของเบ็คส์คือนิยามของคำว่า
"ฝันที่เป็นจริง" เขาเติบโตมากับลูกฟุตบอลและใฝ่ฝันถึงการค้าแข้งเป็นอาชีพมาตลอด
พ่อและแม่ของเบ็คส์ เห็นพรสวรรค์ของลูกชายจึงสนับสนุนอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน
ก็หลีกเลี่ยงที่จะสร้าง ความกดดันให้เขา เพราะทั้งคู่ได้เห็นตัวอย่างักบอลเยาวชนเก่งๆ
มากมายที่ต้องล้มเหลวเพราะพ่อแม่วุ่นวายจนเกินไป
เบ็คส์ค่อยๆ พัฒนาศักยภาพในการเล่นและความรักในเกมควบคู่กันไป การเติบโตอย่างช้าๆ
แต่มั่นคงในยามเด็กสร้างความหนักแน่นในเกมให้เบ็คส์และส่งผลให้ชื่อ "เดวิด
เบ็คแฮม" กลายเป็นสัญลักษณ์ของกีฬาฟุตบอลสมัยใหม่อยู่ทุกวันนี้
นี่คือเรื่องราวเส้นทางชีวิตของเด็กน้อยที่เติบโตกลายเป็นชายหนุ่มผู้สามารถสร้างฝันของแฟนบอลกว่าครึ่งโลกให้เป็นจริง
หลักฐานของหลุมดำปานกลาง
ปัจจุบันนักดาราศาสตร์รู้จักและค้นพบหลุมดำมาแล้วหลายดวง หลุมดำเท่าที่ค้นพบมาพอจะแบ่งออกเป็นสองชนิดใหญ่
ๆ ตามมวลคือ หลุมดำยักษ์ ซึ่งมีมวลหลายล้านหรือถึงหลายพันล้านเท่าของดวงอาทิตย์
อยู่ตามใจกลางของดาราจักรต่าง ๆ อีกชนิดหนึ่งคือหลุมดำมวลดาวฤกษ์ ซึ่งมีมวลเพียงไม่กี่เท่าของดวงอาทิตย์
แต่หลุมดำที่มีมวลระหว่างสองกลุ่มนี้ หรือมีมวลอยู่ในช่วงเป็นร้อยหรือเป็นพันเท่าของมวลดวงอาทิตย์นั้นยังไม่มีใครเคยพบมาก่อน
แม้จะเคยมีการพบหลักฐานบ้าง แต่ก็ยังมีข้อโต้แย้งอยู่มากจนยังไม่อาจยืนยันได้แน่ชัด
ในที่ประชุมของภาคดาราศาสตร์ฟิสิกส์พลังงานสูงของสมาคมดาราศาสตร์อเมริกันที่ควิเบกเมื่อปลายเดือนมีนาคม
2546 ที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์สองคณะได้เสนอหลักฐานบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้
โครงการทั้งสองเป็นโครงการสำรวจแหล่งรังสีเอกซ์ที่เรียกว่า ยูแอลเอกซ์ (ULX--Ultraluminous
X-ray source) ซึ่งอยู่กระจัดกระจายอยู่ตามดาราจักรใกล้เคียง แหล่งกำเนิดเล็กจิ๋วเหล่านี้คาดว่าเกิดจากสสารในจานพอกพูนมวล
(accreation disc) ไหลวนเข้าสู่หลุมดำ ยูแอลเอกซ์มีความสว่างมาก นักดาราศาสตร์บางคนเชื่อมานานว่านี่เป็นหลักฐานของจานพอกพูนมวลที่ล้อมรอบหลุมดำที่มีมวลเป็นพันเท่าของมวลดวงอาทิตย์
แต่นักดาราศาสตร์อีกหลายคนเห็นว่า จานพอกพูนมวลขนาดเล็กธรรมดา ๆ ก็อาจให้พลังงานสูงอย่างยูแอลเอกซ์ได้หากสามารถบีบรังสีเอกซ์ที่แผ่ออกมาให้เป็นลำแคบ
ๆ และชี้มายังโลกได้ นักดาราศาสตร์กลุ่มหนึ่ง นำโดย จอน มิลเลอร์ จากศูนย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์ฮาร์วาร์ด-สมิทโซเนียน
ได้ศึกษายูแอลเอกซ์สองดวงในดาราจักร NGC 1313 ซึ่งเป็นดาราจักรกังหันในกลุ่มดาวตาข่าย
อยู่ห่างออกไป 12 ล้านปีแสง สเปกตรัมรังสีเอกซ์แสดงว่าส่วนในสุดของจานพอกพูนมวลทั้งสองมีอุณหภูมิต่ำอย่างไม่น่าเชื่อเพียง
1 ล้านเคลวินเท่านั้น ในขณะที่ถ้าเป็นจานพอกพูนมวลในหลุมดำมวลดาวฤกษ์จะมีอุณหภูมิถึงสิบล้านเคลวิน
อุณหภูมิที่ต่ำแสดงถึงขนาดของหลุมดำที่ใหญ่ ทั้งนี้เนื่องจากปริภูมิรอบหลุมดำขนาดใหญ่จะมีการบิดเบี้ยวน้อยกว่าหลุมดำขนาดเล็ก
ก๊าซที่ไหลพรั่งพรูเข้าสู่หลุมดำจึงไม่มีการเบียดเสียดกันมากนัก คณะของมิลเลอร์ได้คำนวณออกมาว่าหลุมดำทั้งสองใน
NGC 1313 มีมวลประมาณ 1,000 มวลสุริยะ
นอกจากนี้ ภาพรังสีเอกซ์ยังแสดงเนบิวลาสว่างอยู่รอบ ๆ ยูแอลเอกซ์เหล่านี้ด้วย
แสดงว่ารังสีจากหลุมดำแผ่ออกไปรอบทิศทาง ไม่ได้เป็นลำแคบชี้ตรงมายังโลก นักดาราศาสตร์อีกคณะหนึ่งได้สำรวจยูแอลเอกซ์ใน
M82 ซึ่งเป็นดาราจักรดาวสะพรั่ง (starburst galaxy) ในกลุ่มดาวหมีใหญ่โดยใช้กล้องเอกซ์เอ็มเอ็ม-นิวตัน
พบการกระเพื่อมของความเข้มรังสีเอกซ์เป็นเวลานาน 18 วินาทีอย่างสม่ำเสมอหลายครั้ง
นับเป็นการพบการกระเพื่อมของแหล่งกำเนิดนอกดาราจักรทางช้างเผือกเป็นครั้งแรก
นักดาราศาสตร์คณะที่สำรวจนี้ซึ่งนำโดย ท็อด สโตรเมเยอร์ กล่าวว่า การกระเพื่อมนี้น่าจะมาจากก้อนก๊าซร้อนโคจรรอบหลุมดำหรือสิ่งอื่นที่เกิดขึ้นบนจานพอกพูนมวล
แต่ยืนยันหนักแน่นว่าไม่ใช่เกิดจากลำแคบของรังสีแน่นอน สเปกตรัมของยูแอลเอกซ์ใน
M82 ที่ถ่ายโดยเอกซ์เอ็มเอ็มมีลักษณะเด่นที่แสดงถึงรังสีเอกซ์ที่แผ่ออกมาจากอะตอมเหล็กที่เป็นไอออนอย่างแรงและเคลื่อนที่ด้วย
ความเร็วสูงจนมีการเลื่อนดอปเปลอร์มาก และการเลื่อนยังถูกเสริมด้วยการเลื่อนไปทางแดงที่เกิดจากการความโน้มถ่วงมหาศาลจากหลุมดำอีกด้วย
สโตรเมเยอร์คำนวณมวลของหลุมดำที่เป็นต้นกำเนิดของรังสีเอาไว้ที่ 500 มวลสุริยะ
อย่างไรก็ตาม ฟิลิป คาเรตจากศูนย์ดาราศาสตร์ฟิสิกส์ฮาร์วาร์ด-สมิทโซเนียนให้ความเห็นว่าสิ่งที่ค้นพบนี้เป็นหลักฐานที่ยืนยันหลุมดำมวลปานกลางได้ดี
แต่การศึกษาทั้งสองนี้ก็ยังมีประเด็นน่าสงสัย เพราะว่าจานใน M82 ดูเหมือนกับจะร้อนกว่าจานใน
NGC 1313 อยู่มาก อาจจะยังเร็วเกินไปนิดถ้าจะบอกว่านี่เป็นการยืนยันว่าหลุมดำมวลปานกลางมีอยู่จริง
ที่มา
http://thaiastro.nectec.or.th
GO
TOP
ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2546
จำแนกตามลักษณะกิจกรรม ดังนี้
- การจัดกิจกรรมและกิจกรรมที่ร่วมจัดกับหน่วยงานภายนอก
- การประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการของหอการค้าจังหวัด
1. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ
ประจำเดือนกุมภาพันธ์ ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
2. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ประชุมร่วมกับคณะกรรมการหอการค้าเขต
14 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและกิจกรรมในรอบ 3 เดือน ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดอำนาจเจริญ
จังหวัดอำนาจเจริญ
- การประชุม/สัมมนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2546 คุณอีดิธ นามประกาย รองประธานฝ่ายต่างประเทศและกิจกรรมพิเศษหอการค้าฯ
ร่วมประชุมโครงการรวมพลังชาวไทยร่วมใจจัดระเบียบสังคม ณ บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
2. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2546 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมหอการค้าฯ
คุณศิริศักดิ์ ลือพาณิชย์กุล รองเลขาธิการหอการค้าฯร่วมประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น
3. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน
เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร (กรอ.จังหวัด) ครั้งที่ 2/2546
ณ ห้องประชุม 103 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ชั้น 3 (หลังเก่า)
4. วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร เลขาธิการหอการค้าฯ เข้าร่วมประชุมโครงการสหกรณ์ผู้ผลิตพบผู้บริโภคและโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างสหกรณ์โดยระบบ
หักบัญชี ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร (หลังเดิม) ชั้น 3
5. วันที่ 13-14 กุมภาพันธ์ 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร เลขาธิการหอการค้าฯ ประชุมร่วมกับคณะทำงานไทย
-ญี่ปุ่น ด้านความร่วมมือพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ณ โรงแรมโอเรียนเต็ล
กรุงเทพฯ
6. วันที่ 18 มีนาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมเวทีประชาคม ครั้งที่
3/2546 ณ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จังหวัดมุกดาหาร
7. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร เลขาธิการหอการค้า ร่วมประชุมสัมมนา
ผู้บริหาร กรอ. จังหวัด ปี 2546 ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ
8. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ให้การต้อนรับและประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารระดับสูงนครดานัง
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นด้านการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจโดยทั่วไป ณ โรงแรมกิมเจ็กซิน
จังหวัดมุกดาหาร
ประจำเดือนมีนาคม 2546
จำแนกตามลักษณะกิจกรรม ดังนี้
- การจัดกิจกรรมและกิจกรรมที่ร่วมจัดกับหน่วยงานภายนอก
- การประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการของหอการค้าจังหวัด
1. วันที่ 14 มีนาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ
ประจำเดือนมีนาคม 2546 ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
2. วันที่ 27 มีนาคม 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ สมาชิกหอการค้าฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หอการค้าฯ
ร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2545 ณ โรงแรมพลอยพาเลซ จังหวัดมุกดาหาร
ท การประชุม/สัมมนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 10 มีนาคม 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร เลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมประชุมเพื่อวางแผน
โครงการผ้าป่าช่วยชาติจังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
(หลังใหม่)
2. วันที่ 13 มีนาคม 2546 คุณเรวัตร ไกรลาศศิริ กรรมการฝ่ายการท่องเที่ยวหอการค้าฯ
ประชุมร่วมกับคณะประสานงานด้านการท่องเที่ยวไทย - ลาว จังหวัดมุกดาหาร ณ ห้องประชุม
102 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร (หลังเก่า)
3. วันที่ 13 มีนาคม 2546 คุณภมร เชาว์ศิริกุล ประธานคณะกรรมการหอการค้าฯ คุณองอาจ
โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมหอการค้าฯ เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจกลุ่ม
จังหวัดอุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ ยโสธร (กรอ. กลุ่มจังหวัดฯ)
4. วันที่ 17 มีนาคม 2546 คุณอีดิธ นามประกาย รองประธานฝ่ายต่างประเทศและกิจกรรม
พิเศษหอการค้าฯ เข้าประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการผังเมืองพิจารณาด้านผังเมืองระดับ
จังหวัด ณ ห้องประชุม 203 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร (หลังใหม่)
5. วันที่ 18 มีนาคม 2546 คุณเรวัตร ไกรลาศศิริ กรรมการฝ่ายการท่องเที่ยวหอการค้าฯ
เข้า
ประชุมร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่
1/46 ณ
ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร ห้อง 103 (หลังเก่า)
6. วันที่ 19 มีนาคม 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร เลขาธิการหอการค้าฯ เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุจังหวัดมุกดาหาร
ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
7. วันที่ 20 มีนาคม 2546 คุณอีดิธ นามประกาย รองประธานฝ่ายต่างประเทศและกิจกรรมพิเศษหอการค้าฯ
เข้าประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (นตผ.) ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัด
ห้อง 203
8. วันที่ 31 มีนาคม 2546 คุณภมร เชาว์ศิริกุล ประธานคณะกรรมการหอการค้าฯ ร่วมประชุมใหญ่สมาชิกหอการค้าไทย
ณ ห้องบอลรูม โรงแรมโซฟิเทล เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ
- การเป็นวิทยากร/บรรยายพิเศษ/การเสวนาสนทนากับหน่วยงานต่าง ๆ
1. วันที่ 11 มีนาคม 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร เลขาธิการหอการค้าฯ ร่วมต้อนรับคณะนักศึกษาวิทยาลัยการทัพบก
ณ ห้องดุสิตา โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล จังหวัดมุกดาหาร
2. วันที่ 30 มีนาคม 2546 คุณอีดิธ นามประกาย รองประธานฝ่ายต่างประเทศและกิจกรรมพิเศษหอการค้าฯ
ร่วมต้อนรับเจ้าแขวงสะหวันนะเขตและคณะ ในโอกาสจะเดินทางมาเยี่ยมชมโรงงานน้ำตาลสหเรือง
ณ บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดมุกดาหาร
- การร่วมกิจกรรมทางสังคม
1. วันที่ 31 มีนาคม 2546 เจ้าหน้าที่หอการค้า ร่วมพิธีถวายพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องในวันที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
พระมหาเจษฏาราชเจ้า ณ หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
ประจำเดือนเมษายน
2546
จำแนกตามลักษณะกิจกรรม ดังนี้
- การจัดกิจกรรมและกิจกรรมที่ร่วมจัดกับหน่วยงานภายนอก
- การประชุมคณะกรรมการ/อนุกรรมการของหอการค้าจังหวัด
1. วันที่ 22 เมษายน 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ ร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารหอการค้าฯ
ประจำเดือนเมษายน 2546 ณ สำนักงานหอการค้าจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร
ท การประชุม/สัมมนาร่วมกับหน่วยงานภายนอก
1. วันที่ 3 เมษายน 2546 คุณองอาจ โชติบุณยศักดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการและประสานงานหอการค้าเขต
-หอการค้าไทย คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการผังเมืองพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัด
ณ ห้องประชุม 203 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
2 วันที่ 2 เมษายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า คุณเรวัตร
ไกรลาศศิริ รองประธานฝ่ายการท่องเที่ยวหอการค้า ประชุมร่วมกับคณะประสาน
งานด้านการท่องเที่ยวไทย - ลาว ณ แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว
3. วันที่ 4 เมษายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคมหอการค้า
เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดมาตรการการป้องกัน (ไข้หวัดมรณะ) ณ ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
4. วันที่ 10 เมษายน 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า คุณชัยโรจน์
กัลยาณลาภ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้า ประชุมร่วมกับคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
5. วันที่ 11 เมษายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า ร่วมพิธีเปิดศูนย์อำนวยการและบริการประชาชน
ณ บริเวณสี่แยกตลาดราตรี จังหวัดมุกดาหาร
6. วันที่ 18 เมษายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคมหอการค้า
ประชุมร่วมกับคณะกรรมการป้องกัน ควบคุมโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
7. วันที่ 21 เมษายน 2546 คุณศรีศักดิ์ ยงกิจถาวร กรรมการเลขาธิการหอการค้า ร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือการจัดงาน
เดิน-วิ่ง ในวันงดสูบบุหรี่โลก ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล
จังหวัดมุกดาหาร
8. วันที่ 23 เมษายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า ประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการความปลอดภัย
อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อม ณ ห้องประชุมบริษัทโตโยต้ามุกดาหาร
9. วันที่ 25 เมษายน 2546 คณะกรรมการหอการค้า ร่วมประชุม กรอ.จังหวัด ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
10. วันที่ 24 เมษายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคมหอการค้า
เข้าร่วมประชุมเพื่อกำหนดหลักสูตรและกลุ่มเป้าหมาย การพัฒนาข้าราชการจังหวัดมุกดาหาร
ณ ห้อง 204 ศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
11. วันที่ 25 เมษายน 2546 คุณสกล รักสัตย์ รองประธานฝ่ายอุตสาหกรรมและเกษตรหอการค้า
ประชุมร่วมกับคณะอนุกรรมการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ระดับจังหวัด ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
12. วันที่ 25 เมษายน 2546 คณะกรรมการหอการค้า ร่วมประชุมเวทีประชาคม ณ ห้องมโนรมย์โรงพยาบาลมุกดาหาร
จังหวัดมุกดาหาร
13. วันที่ 30 เมษายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้า ประชุมคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดมุกดาหาร
14. วันที่ 30 เมษายน 2546 คุณอีดิธ นามประกาย ประธานคณะกรรมการหอการค้าและคณะกรรมการประชุมร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชน
เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหาร ครั้งที่ 3/2546 ณ ห้องรองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร
15. วันที่ 30 เมษายน 2546 คุณพิเชฐ แสงนิศากร รองประธานฝ่ายกิจกรรมและสังคมหอการค้า
ประชุมร่วมกับคณะกรรมการสมาคมไทย - ลาว ครั้งที่ 1/2546 ณ ห้องประชุม 3 กระทรวงการต่างประเทศ
กรุงเทพฯ
16. วันที่ 30 เมษายน 2546 คณะกรรมการบริหารหอการค้า ร่วมพิธีเปิดงานวันคุ้มครองผู้บริโภคประจำปี
2546 ณ บริเวณด้านหน้าและด้านข้างศาลหลักเมืองจังหวัดมุกดาหาร
- การเป็นวิทยากร/บรรยายพิเศษ/การเสวนาสนทนากับหน่วยงานต่าง ๆ
1. วันที่ 23 เมษายน 2546 คุณชัยโรจน์ กัลยาณลาภ กรรมการรองเลขาธิการหอการค้า
ร่วมเป็น
วิทยากรอบรมวินัยอุตสาหกรรม ณ หอประชุมอำเภอเมืองมุกดาหาร
- การร่วมกิจกรรมทางสังคม
1. วันที่ 6 เมษายน 2546 คุณปัญญา ลิขิตโฆษิตกุล รองประธานฝ่ายบริหารและพาณิชย์หอการค้า
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หอการค้า ร่วมถวายพานพุ่มดอกไม้สด เนื่องในวันจักรีบรมราชวงศ์
ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
![]()
![]()
![]()



![]()












