ประกาศ
อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
เจ้าพนักงานการผัง

เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมจังหวัด รวม 72 จังหวัด พ.ศ. 2546 ซึ่งใช้บังคับในท้องที่
จังหวัดมุกดาหารด้วย และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 15(3) แห่งพระราช-
บัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา
35 มาตรา 36 มาตรา 48 มาตรา 50 และมาตรา 56 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ในประกาศฉบับนี้ "อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง" หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง โดยมี
พื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป

ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร แต่ทั้งนี้ไม่หมายความรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศใช้บังคับผังเมืองหรือบริเวณที่เคยมีการประกาศ
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

ข้อ 3 ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ 2 ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลงใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มี
ขนาดพื้นที่ใช้สอยอาคารรวม ตั้งแต่ 300 ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้
(1) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลดอนตาล อำเภอดอนตาล
(2) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย
(3) ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี
(4) ในท้องที่เขตตำบลโพธิ์ไทร อำเภอดอนตาล
(5) ในท้องที่เขตตำบลหนองแวง อำเภอนิคมคำสร้อย
(6) ในท้องที่เขตตำบลบ้านโคก อำเภอเมืองมุกดาหาร
(7) ในท้องที่เขตตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร
(8) ในท้องที่เขตตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมืองมุกดาหาร
ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม 1 ถึง 3 ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 4 และในท้องที่ตาม 4-8 ให้ดำเนินการ
เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ 4 และข้อ 5

ข้อ 4 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบ
กิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ 300 ตารางเมตร แต่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า 4 ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า 20 เมตร และจะต้องบรรจบกับ
ถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า
(2) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่ 14 เมตรขึ้นไป ไม่
น้อยกว่า 100 เมตร
(3) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่เกิน 0.3
(4) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน 1.5
(5) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40
(6) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 50 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคารถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลง
ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
(7) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 15 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคาร
ถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
(8) อาคารที่มีความสูงเกิน 10 เมตร ต้องมีระยะห่างจากอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า 500
เมตร โดยวัดจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
(9) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คัน ต่อพื้นที่อาคาร 40 ตารางเมตร เศษของ 40 ตารางเมตร ให้คิดเป็น 40 ตารางเมตร

ข้อ 5 การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบ
กิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เกินกว่า 1,000 ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะ ที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า 40 เมตร
(2) แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีเขตทางตั้งแต่ 14 เมตรขึ้นไปและมีทาง
คู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์
(3) มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่เกิน 0.2
(4) มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน 1.5
(5) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้ หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40
(6) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 75 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคารถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลง
ที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
(7) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า 20 เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดอาคาร
ถึงริมเขตทางฝั่งที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
(8) อาคารที่มีความสูงเกิน 10 เมตร ต้องมีระยะห่างจากอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า 500
เมตร โดยวัดจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
(9) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า 1 คัน ต่อพื้นที่อาคาร 40 ตารางเมตร เศษของ 40 ตารางเมตร ให้คิดเป็น 40 ตารางเมตร

ข้อ 6 กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ 4(6) ข้อ 4(7) ข้อ 4(8) ข้อ 5(6) ข้อ 5(7) และข้อ 5(8) ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ 7
เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาตามความเหมาะสมได้ ทั้งนี้ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) หลักเกณฑ์ตามข้อ 4(6) ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะ น้อยกว่า 50 เมตรได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่า 40 เมตร
(2) หลักเกณฑ์ตามข้อ 4(7) ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือถนนสาธารณะ น้อยกว่า 15 เมตรได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่า 10 เมตร
(3) หลักเกณฑ์ตามข้อ 4(8) และ 5(8) อาคารมีความสูงเกินกว่า 10 เมตร มีระยะห่างจากอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ ศาสนสถาน โบราณสถาน
สถานศึกษา น้อยกว่า 500 เมตรได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่า 300 เมตร
(4) หลักเกณฑ์ตามข้อ 5(6) ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า 75 เมตรได้ แต่จะต้องไม่น้อยกว่า 50 เมตร
(5) หลักเกณฑ์ตามข้อ 5(7) ที่ว่างด้านข้าง และด้านหลังของอาคาร ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่น หรือเขตทางของถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า 20 เมตรได้ แต่จะต้องไม่
น้อยกว่า 15 เมตร

ข้อ 7 ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจในการควบคุมหรืออนอุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัด
มุกดาหาร ปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

ข้อ 8 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ....................................... พ.ศ. 2545

 

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
เจ้าพนักงานการผัง