

ลักษณะที่ตั้ง
จังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่
73 ของประเทศไทย และเป็นจังหวัดที่ 17 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียง
เหนือของประเทศไทยสุดเขตแดนโดยมีเขตแดนติดต่อกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน
ตั้งอยู่ระหว่างเส้นรุ้งที่ 16-17 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 104-105 องศาตะวันออก
มีพื้นที่ทั้งหมด 4,339.83 ตารางกิโลเมตร หรือ
2,713,394 ไร่ ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ระยะทางประมาณ 642 กิโลเมตร
อาณาเขต
มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
เขตการปกครอง
จังหวัดมุกดาหารแบ่งเขตการปกครองออกเป็น
7 อำเภอ 52 ตำบล 508 หมู่บ้าน ประกอบด้วย
โดยมีอำเภอเมืองมุกดาหารเป็นเขตการปกครองที่ใหญ่ที่สุด
ส่วนเขตการปกครองที่เล็กที่สุดคือ อำเภอหว้านใหญ่ ส่วนการปกครองส่วน
ท้องถิ่นประกอบด้วย
ประชากร
ในปี
พ.ศ.2545 จังหวัดมุกดาหารมีประชากรทั้งสิ้น 335,927 คน เป็นชาย 168,571 คน และเป็นหญิง
167,356 คน ประชากรที่
อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลมี 47,573 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 14.0 และประชากรที่อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาลมี
288,354 คิดเป็นร้อยละ 86.0
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ
ได้แก่ ป่าไม้ ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้นานาชนิด แต่ถูกทำลายในอัตราสูงในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา
ป่าไม้ที่
เหลือจึงไม่เพียงพอที่จะรักษาสภาพอากาศ แหล่งน้ำ ลำธาร และการพังทลายของดิน จึงก่อให้เกิดปัญหาอากาศแห้งแล้ง
ลำน้ำตื้นเขิน และ
ผิวดินถูกชะล้างลงไปสู่ห้วย หนอง คลอง บึง และแม่น้ำโขงมากขึ้นทุกปี
แหล่งน้ำที่สำคัญ
คือ แม่น้ำโขงและลำห้วยต่างๆ เช่น ห้วยชะโนด ห้วยบางทราย ห้วยมุก และห้วยบังอี่
อย่างไรก็ตามแหล่งน้ำเหล่านี้ยัง
ไม่เพียงพอต่อการเกษตรกรรมและการอุปโภคบริโภค
ถึงแม้ว่าคุณภาพของดินจะมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำและสภาวะน้ำจะขาดแคลน
ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงประกอบอาชีพเกษตรกรรม มี
การทำนาข้าวเหนียว ข้าวเจ้า และเพาะปลูกพืชไร่ชนิดต่างๆ เช่น มันสำปะหลัง อ้อย
น้ำตาล ปอแก้ว และถั่วลิสง ส่วนอาชีพที่มีความสำคัญ
รองลงมาก็คือ การค้าและอุตสาหกรรม
ถนนในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร
ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นทางหลวงชนบท มีจำนวนทั้งสิ้น 73 เส้นทาง
ระยะทางประมาณ 324.089 กิโลเมตร แยกเป็นถนนลาดยางมีระยะทาง 160.801 กิโลเมตร
ถนนลูกรังมีระยะทาง 140.989 กิโลเมตร
ถนน คสล. มีระยะทาง 22.299 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีโครงการสำคัญที่จะทำการก่อสร้างมายังจังหวัดมุกดาหาร
เช่น โครงการถนน
ทางหลวงแผ่นดิน 4 ช่องจราจร จากตาก-พิษณุโลก-ขอนแก่น และสิ้นสุดที่มุกดาหาร ระยะทางประมาณ
773 กิโลเมตร ดำเนินการช่วง
ปี 2539-2549 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมของประเทศเมียนม่าร์(ตอนล่าง)-สาธารณรัฐประชาธิไตยประชาชนลาว
-กัมพูชา-จีนตอนใต้-ไทย และกลุ่มอินโดจีนเข้าด้วยกัน โดยมีประเทศไทยเป็นศูนยืกลาง
และอีกโครงการที่มีความสำคัญที่จะผลักดันให้
มุกดาหารเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนคือ โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง
สำหรับเส้นทางคมนาคมทางอากาศนั้น
ผู้ที่ใช้บริการต้องเดินทางไปใช้บริการที่จังหวัดใกล้เคียงคือ อุบลราชธานี นครพนม
และสกลนคร เนื่องจากมุกดาหารยังไม่มีสนามบิน
พาณิชย์เปิดให้บริการ อย่างไรก็ตาม ในยุทธศาสตร์แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จะมีการร่วมมือ
กับแขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิไตยประชาชนลาว พัฒนาสนามบินพาณิชย์แขวงสะหวันนะเขตเพื่อที่จะให้มีการใช้ร่วมกัน
ระหว่างมุกดาหารและแขวงสะหวันนะเขต
ระบบโทรศัพท์
สำนักงานโทรศัพท์จังหวัดมุกดาหารมี
15 ชุมสาย จำนวนเลขหมายทั้งหมด 11,534 เลขหมาย
การไปรษณีย์โทรเลข
มีที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขทั้งหมด
7 แห่งในทุกอำเภอ
ระบบประปา
มีเขตจ่ายน้ำประปา
6 แห่ง มีจำนวนผู้ใช้น้ำประปา 7,078 ราย
ระบบไฟฟ้า
สำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดมุกดาหารได้ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าให้สามารถใช้ได้อย่างทั่วถึงทั้งจังหวัด
โดยมีหมู่บ้านที่มีไฟฟ้า
ใช้แล้วจำนวน 62,660 ราย และมีการใช้กระแสไฟฟ้าภายในจังหวัด 90,718,012.80 ล้านยูนิต
ระบบการศึกษา
มีโรงเรียน
279 แห่ง มีครู 3,603 คน จำนวนนักเรียน 69,736 คน คิดเป็นอัตราส่วนนักเรียนต่อครู
20:1 มีวิทยาลัยชุมชน 1 แห่ง
(ข้อมูล ณ ปีการศึกษา 2544)
ระบบสาธารณสุข
มีโรงพยาบาล 7 แห่ง สถานีอนามัย 78 แห่ง และคลินิค 18
แห่ง จำนวนแพทย์ 53 คน จำนวนพยาบาล 475 คน ทันตแพทย์ 16 คน
เภสัชกร 30 คน และจำนวนเตียงผู้ป่วย 481 เตียง
(1) สถานีบริการน้ำมัน
จำนวน 68 แห่ง
(2) ศูนย์การค้า/ห้างสรรพสินค้า จำนวน 3 แห่ง
(3) ตลาดสด 9 แห่ง (เฉพาะเขตอำเภอเมืองมุกดาหาร)
(4) ร้านค้าทั่วไป 3,061 แห่ง จำแนกเป็น
- ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคล 1 แห่ง
- ห้างหุ้นส่วนจำกัด 459 แห่ง
- บริษัท 145 แห่ง
- ทะเบียนพาณิชย์ (เฉพาะอำเภอเมืองมุกดาหาร) 2,456 แห่ง
มุกดาหารเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงาม ประกอบด้วย แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ
และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรมท้อง
ถิ่น ดังนี้
หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก
หอคอยสูง 65.5 เมตร ประกอบด้วย 6 ชั้น ข้างบนภายในลูกแก้วมุกดาหาร
ประดิษฐานพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร เนื้อเงินบริสุทธิ์
บริเวณชั้น 6 เป็นจุดชมวิว 2 ประเทศ (ไทย-สปป.ลาว) ชั้น 2 เป็นหอนิทรรศการวัฒนธรรมพื้นเมืองดั้งเดิมของมุกดาหาร
ส่วนบริเวณ
ชั้นที่หนึ่งมีรูปปั้นดินเผาแสดงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนมุกดาหาร
ศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้อง
ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บนถนนสำราญชายโขงติดกับด่านตรวจคนเข้าเมือง
ซึ่งเป็นที่นับถือของประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหาร และตรง
ข้ามศาลเจ้าแม่สองนางพี่น้องจะเป็นวัดศรีมงคลใต้ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าองค์หลวง
ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองมุกดาหาร
กลองมโหระทึก
กลองสัมฤทธิ์หน้าเดียว มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 86 เซนติเมตร ความยาว 90
เซนติเมตร หน้ากลองเป็นรูปตะวันนูน 14 แฉก ประดับด้วยรูป
กบติดกลองจำนวน 4 ตัว ตั้งอยู่ที่วัดมัชฌิมาวาส อำเภอดอนตาล มีอายุกว่า 3,000
ปี
ภูมโนรมย์
ยอดเขาที่มีศาลาที่พัก ศาลาจำลองรอยพระพุทธบาทลึก 1 เมตร บนยอดเขาสามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของเมืองมุกดาหาร
และ
แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้อีกด้วย
ตลาดสินค้าอินโดจีน
อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขงเป็นสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยมากที่สุด
โดยมีสินค้าจากกลุ่มประเทศสังคมนิยม เช่น
ลาว เวียดนาม จีน เชคโกสโลวะเกีย และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก
น้ำตกแก่งโพธิ์
ตั้งอยู่ที่บ้านนาหินกอง หมู่ที่ 6 ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง เป็นน้ำตกขนาดกลางมีน้ำไหลตลอดปี
ความยาวประมาณ 5 เมตร บรรยากาศ
ร่มรื่นน่าเดินทางไปพักผ่อน
แก่งกะเบา
ตั้งอยู่ที่อำเภอหว้านใหญ่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัยอีกแห่งหนึ่งซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันมากในช่วงฤดูร้อน
และมีอาหารที่ขึ้นชื่อ
คือ หมูหันแก่งกระเบา
ภูผาเทิบ
อุทยานแห่งชาติมุกดาหาร ภูผาเทิบมีเนื้อที่รวม 5.2 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะเป็นลานหินที่งดงามเกิดจากการกัดกร่อนของลานหินตาม
กระแสน้ำที่มีรูปร่างแปลกตา
ถ้ำฝ่ามือแดง
อยู่บนยอดเขาจอมนาง ตำบลนาสีนวน อำเภอเมืองมุกดาหาร เป็นถ้ำที่ปรากฎภาพเขียนสีบนผนังถ้ำซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุไม่ต่ำกว่า
5,000
ปี
น้ำตกตาดโตน
ตั้งอยู่ที่บ้านโนนยาง ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีน้ำไหลหลาก
สูง 7 เมตร กว้าง 30 เมตร มีบรรยากาศร่มรื่น
เป็นที่น่าพักผ่อนอย่างยิ่ง
วนอุทยานภูหมู
ตั้งอยู่ที่อำเภอนิคมคำสร้อย อุดมสมบูรณืไปด้วยพันธุ์ไม้ป่าและสัตว์ป่านานาชนิด
เป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำและน้ำตก เดิมเป็นแหล่งที่มี
หมูป่าอยู่มาก อดีตเป็นเคยสถานที่ตั้งของค่ายทหารอเมริกันสมัยสงครามเวียดนาม
บนภูเขานี้มีจุดชมวิวถึง 3 จุด ซึ่งสามารถเห็นทัศนีย
ภาพที่สวยงามแตกต่างกัน
อุทยานแห่งชาติภูสระดอกบัว
อยู่อำเภอดอนตาล ประกอบด้วยสระดอกบัว ถ้ำลานหินกว้างเหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ
หาดมโนภิรมย์
หาดทรายขาวในลำน้ำโขงมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร บริเวณหาดมโนภิรมย์มีวัดเก่าแก่ชื่อวัดมโนภิรมย์
ซึ่งมีพระพุทธรูปงาช้าง
(แกะสลักพระพุทธรูปตามความโค้งของงาช้าง)
งานประเพณีรวมเผ่าไทยมุกดาหารและงานกาชาด
เป็นงานรวบรวมขนบธรรมเนียมประเพณีและศิลปวัฒนธรรมของชนเผ่ากลุ่มต่างๆ
ในมุกดาหาร โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 9-17 เดือน
มกราคมของทุกปี เพื่อประชาสัมพันธ์ของดีของท้องถิ่น และส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยว
ในงานจะมีขบวนแห่ของผู้คนที่แต่งกาย
ประจำ 8 เผ่า คือ ผู้ไทย ย้อ ข่า กระโซ่ กระเลิง แสก กุลา และไทยอีสาน นอกจากนี้ในงานมีการแสดงนิทรรศการ
(แสดงประวัติความเป็น
มาของเมืองมุกดาหาร รวมทั้งวัฒนธรรม ประเพณี) การแสดงแสง สี เสียง ตำนานเมืองมุกดาหาร
การบันเทิงและมหรสพ ตลอดจนถึง
การประกวดสินค้าทางเกษตร
งานประเพณีแข่งเรือออกพรรษา
จัดขึ้นในวันออกพรรษาของทุกปี ณ บริเวณลำน้ำโขงเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ
โดยจะมีเรือจากแขวงสะหวันนะเขต มาร่วม
แข่งขันด้วยเป็นประจำทุกปี โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ การแข่งขันเรือเร็ว
การแข่งขันเรือสวยงา และการแข่งขันเรือ
มิตรภาพไทย-ลาว
สินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก
สินค้าพื้นเมือง ของฝาก ของที่ระลึกที่มีชื่อเสียงของมุกดาหาร ได้แก่
มะขามหวาน หมอนขิด หมูยอ ผ้าไหม ผ้าพื้นเมืองต่างๆ ฯลฯ ซึ่งจะ
มีวางขายอยู่ทั่วไปบริเวณตัวเมืองและภายในตลาดอินโดจีน
สวัสดิการสังคม/การพัฒนาชุมชน
มุกดาหารให้ความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชนเพื่อส่งเสริมและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้สูงขึ้น
ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และ
การปกครอง โดยให้การศึกษาและพัฒนาขบวนการเรียนรู้ของประชาชน พัฒนาองค์กรอาสาสมัคร
และผู้นำท้องถิ่น พัฒนาระบบรูปแบบ
และวิธีพัฒนาชุมชน ซึ่งได้ดำเนินการในมุกดาหารดังนี้
ศาสนา
ประชากรในมุกดาหารนับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 99.18 มีวัดจำนวน
338 แห่งซึ่งยึดถือหลักธรรมของพุทธศาสนาเป็นแนวทางในการ
ดำเนินชีวิต แม้จะมีพิธีกรรมบางอย่างที่มีแนวคิดของศาสนาอื่นผสมอยู่บ้างก็ตาม
คริสต์ศาสนิกชนร้อยละ 0.82 จำนวนโบสถ์ 7 แห่ง