
![]() |
![]() |
![]() |
ความเป็นมา
รัฐบาลของประเทศต่างๆในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงได้เห็นพ้องกันในการดำเนินการร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงภายใต้การสนับสนุนของธนาคาร
เพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียการพัฒนาระบบโครงข่ายถนนนี้จะเชื่อมโยง 4 ประเทศ ได้แก่
พม่า ไทย ลาว และเวียดนาม ตามแผนการพัฒนาเชื่อมโยงโครงการระเบียง
ตะวันออก-ตะวันออก (East-West Economic Corridor) อันจะนำไปสู่ความร่วมมือในการพัฒนาสาขาที่มีศักยภาพร่วมกันซึ่งครอบคลุมถึงการค้าผ่านแดน
การลงทุน และการเคลื่อนย้ายแรงงาน เอื้ออำนวยให้ตอนกลางของเวียดนาม ลาว และไทย
รวมถึงภาคใต้ของพม่า กลายเป็นตลาดจำหน่ายสินค้าโดยตรงกับด้าน
ตะวันออก
ได้แก่ภาคใต้ของจีน ฟิลิปปินส์ เกาหลี และญี่ปุ่น และในด้านตะวันตกได้แก่ บังคลาเทศ
และภาคใต้ของอินเดีย
ส่วนประกอบของโครงการระเบียงตะวันออก-ตะวันตก
(East-West Economic Corridor)
1. การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 เชื่อมมุกดาหารของไทย และแขวงสะหวันนะเขต
ของ สปป.ลาว
2. การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 9 ใน สปป.ลาว
3. การปรับปรุงเส้นทางหมายเลข 1 จากดองฮาไปดานังในเวียดนาม
ตำแหน่งสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง
ตำแหน่งของสะพานฝั่งไทยอยู่ที่ระหว่างบ้านบางทรายใหญ่ กับบ้านสงเปือย อ.เมือง
จ.มุกดาหาร (อยู่เหนือ อ.เมืองมุกดาหารประมาณ 7 กิโลเมตร) และฝั่งสปป.ลาว อยู่ระหว่างบ้านท่าอุดมกับบ้านนาแก
เมืองคันทะบุลี แขวงสะหวันนะเขต (อยู่เหนือเมืองคันทะบุลีประมาณ 2 กม.) รูปแบบสะพานใช้สำหรับรถยนต์อย่างเดียว
ระยะเวลาการดำเนินงาน
ปี พ.ศ. 2533 ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB)
ได้ให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคแก่ประเทศไทยและสปป.ลาว ศึกษาโครงการก่อสร้างสะพานฯ
แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ
ิปี
พ.ศ. 2535 2538
รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GREATER MEKONG SUBREGION
: GMS) ประกอบด้วย จีน พม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา และ ประเทศไทย ได้เห็นพ้องต้องกันในการดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงร่วมกันภายใต้ความร่วมมือช่วยเหลือของธนาคาร
พัฒนาแห่งเอเชีย และจัดให้มีการศึกษา FEASIBILITY STUDY และการคมนาคมขนส่งทางบกในแนว
EAST-WEST CORRIDOR ด้วยเพื่อเชื่อมระหว่าง
พม่า ไทย ลาว และเวียดนาม ในแนวเส้นทางเมืองมะละแหม่งของพม่า
แม่สอด ตาก พิษณุโลก ขอนแก่น มุกดาหาร สะหวันนะเขต (สปป.ลาว) และดองฮา (เวียดนาม)
ขณะเดียวกันได้มีการประชุมระดับ รัฐมนตรีของโครงการ GMS และมีมติให้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง
แห่งที่ 2 ขึ้นที่มุกดาหาร สะหวันเขต ซึ่งเชื่อมโยงกับเส้นทางหมายเลข 9 ใน
สปป.ลาว สู่เมืองเว้ ดานัง ของเวียดนาม
ปี พ.ศ. 2539
2541
ได้จัดให้มีการประชุมผลการศึกษาเพื่อหาจุด (ตำแหน่ง) ของสะพานของทั้งสองประเทศ
จนได้ข้อยุติและตกลงร่วมกันให้ตำแหน่งสะพาน
ฝั่งไทยอยู่ที่บ้านสงเปือย ตำบลบางทรายใหญ่ อำเภอเมืองมุกดาหาร ห่างจากตัวจังหวัดไปทางทิศเหนือประมาณ
7 กิโลเมตร และจุดก่อสร้างฝั่งลาวอยู่ที่บ้านนาแก เมืองคันทะบูลี อยู่ห่างจากตัวแขวงสะหวันนะเขตไปทางทิศเหนือประมาณ
5 กิโลเมตร
ปี พ.ศ. 2542 2543 รัฐบาลญี่ปุ่น โดย JAPAN INTERNATIONAL COOPERATION AGENCY : JACA ให้ความช่วยเหลือในการสำรวจ ออกแบบ โครงการ ตั้งแต่เดือน มีนาคม 2542 พร้อมส่งแบบก่อสร้างฉบับสุดท้ายให้รัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวเมื่อเดือน สิงหาคม 2543
เมื่อวันที่
18 มีนาคม 2544 ได้มีการจัดพิธีลงนามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลลาวขึ้นที่โรงแรมมุกดาหารแกรนด์โฮเทล
โดยมีนายวันมูหะหมัดนอร์ มะทา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมของไทย(ขณะนั้น) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ขนส่ง ไปรษณีย์และก่อสร้าง เป็นผู้แทนฝ่ายลาว ตกลงสร้างสะพานข้าม
แม่น้ำโขงมุกดาหาร สะหวันนะเขต โดยใช้เงินกู้จาก JBIC วงเงินค่าก่อสร้าง 2,550
ล้านบาท โดยฝ่ายไทยและลาวออกฝ่ายละครึ่ง
รูปแบบสะพาน
เป็นสะพานคอนกรีต
2 ช่องจราจร ไม่มีทางรถไฟ ลักษณะเป็นสะพานคอนกรีตอัดแรง ช่องการจราจร ผิวจราจรกว้าง
8 เมตร ไหล่ทางข้างละ 1.50 เมตร ทอดข้ามแม่น้ำ
โขงยาว
1,600 เมตร กว้าง 12 เมตร ระยะระหว่างช่องตอม่อยาว 80 เมตร ช่องการจราจรทางน้ำยาว
110 เมตร โครงสร้างคอสะพานด้านฝั่งไทยยาว 250 เมตร ด้านฝั่งลาวยาว 200 เมตร รวมความยาวของสะพานทั้งสิ้น
2,050 เมตรซึ่งสามารถสรุปรายละเอียดของโครงการแบ่งออกเป็น 3 ส่วนดังนี้.-
ส่วนที่ 1(Package 1) เป็นงานก่อสร้างตัวสะพานด้านฝั่งไทยและฝั่งลาว
ค่าก่อสร้าง ประมาณ 2,000 ล้านบาท ประกอบด้วย ตัวสะพาน คอสะพาน ถนนคอสะพาน
ุถนนเปลี่ยนทิศการจราจร
ส่วนที่ 2 (Package 2) เป็นงานก่อสร้างอาคารด่านควบคุมและถนนเชื่อม
ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างด้านฝั่งลาว มีความยาว 2,514 เมตร ค่าก่อสร้าง 300 ล้านบาท
ส่วนที่ 3 (Package 3) เป็นงานก่อสร้างอาคารด่านควบคุมและถนนเชื่อม
ตลอดจนสิ่งปลูกสร้างด้านฝั่งไทย มีความยาว 951 เมตร ค่าก่อสร้าง 250 ล้านบาท
กำหนดการก่อสร้างสะพาน
1. เซนต์สัญญาก่อสร้าง ประมาณเดือนตุลาคม - พฤศจิกายน 2546
2. การก่อสร้างประมาณต้นปี 2547
3. โครงการเสร็จสิ้น ประมาณปี 2549
โดยบริษัท สุมิโตโม่ ร่วมกับ บริษัท วิจิตรภัณฑ์-บริษัท สยามซินเท็ค เสนอราคาก่อสร้างต่ำสุด
1,219 ล้านบาท
ผลที่คาดว่าจะได้รับจากการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง
จากการที่สำนักพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงทางเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้านและพื้นที่ชายแดน
(สพช.)สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สคช.) ซึ่งได้รับความช่วยเหลือทางด้านวิชาการจาก
JAPAN INTERNATIONAL COORPERATION AGENCY : JICA ดำเนินโครงการศึกษาเพื่อวางแผน
พัฒนาแบบเบ็ดเสร็จพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดชายแดนต่อเนื่อง
4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ และ สกลนคร รวมทั้ง JICA ยังได้ให้ความช่วยเหลือทางด้านวิชาการในรูปแบบเดียวกันดำเนินโครงการศึกษาวางแผนพัฒนาพื้นที่แขวงสะหวันเขตและแขวงคำม่วน
สปป.ลาว ให้สามารถพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงในลักษณะ พื้นที่เขตเศรษฐกิจการผลิตร่วม(CO-PRODUCTION
AREA) ซึ่งมีการประชุมภายในประเทศ จำนวน 2 ครั้ง เมื่อเดือน พฤษภาคม 2543 ที่
กรุงเทพฯ และเดือนมีนาคม 2543 ที่จังหวัดขอนแก่น และการประชุมระหว่างไทย ลาว
จำนวน 2 ครั้ง เมื่อเดือนสิงหาคม 2543 ที่จังหวัดมุกดาหาร และเดือน พฤษภาคม 2544
ที่ สปป.ลาว
ในการศึกษาได้มีการเสนอโครงการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย
คือ
1. จังหวัดนครพนม มีความเหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการผลิต/อุตสาหกรรม
2. จังหวัดกาฬสินธุ์ มีความเหมาะสมที่จะเป็น นครอุตสาหกรรมสีเขียวหรือศูนย์แปรรูปผลผลิตการเกษตร
3. จังหวัดสกลนคร เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
โดยจัดตั้งเป็นนครวิทยาศาสตร์การเกษตร
4. จังหวัดมุกดาหาร เหมาะสมที่จะเป็นศูนย์กลางธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าต่างๆ
หรือนครการค้าชายแดน
ผลการศึกษาของ
สพช./สศช./JICA ได้คัดเลือกให้จังหวัดมุกดาหาร เป็น ประตูด้านตะวันออกสู่ สปป.ลาว
และเวียดนามตอนกลาง โครงการก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ำโขงแห่งที่สองขึ้นที่จังหวัดมุกดาหาร
แขวงสะหวันนะเขต เป็นโครงการหนึ่งที่เตรียมรองรับการพัฒนาพื้นที่เชื่อมโยงในทางเศรษฐกิจการค้า
การลงทุน และ
การท่องเที่ยว กับประเทศเพื่อนบ้านและพื้นที่ชายแดน สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่
2 นี้จะรองรับการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 9 ของ สปป.ลาวในทางด้าน แขวงสะหวันนะเขต
ไปเชื่อมต่อกับเวียดนามตอนกลาง ตลอดไปถึงชายแดนทะเลเข้าบรรจบเส้นทางหมายเลข 1
โดยมีหัวเมืองที่สำคัญของเวียดนาม คือ เมืองกวางตรี เมืองเว้ (เมืองหลวงเก่า)
และเมืองดานัง ซึ่งเป็นท่าเรือที่สำคัญสามารถรองรับเรือขนาด 30,000 ตันได้ ซึ่งจะทำให้จังหวัดมุกดาหารกลายเป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า
และพาณิชยกรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกเมืองหนึ่ง
นอกจากนี้ยังมีโครงการรองรับอีกหลายโครงการ
เช่น
1. โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองมุกดาหาร
สายที่ 1 แยกทางหลวงหมายเลข 212 ที่ กม.167+575 ระยะทาง 8 กม. แล้วเสร็จประมาณ
เดือนตุลาคม 2544
2. โครงการก่อสร้างทางหลวงสายหลัก มุกดาหารคำชะอี ระยะทาง 35 กม.
3. โครงการก่อสร้างทางหลวงสายหลัก นิคมคำสร้อย- เลิงนกทา จังหวัดยโสธร ระยะทาง
21 กม.
4. โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจร เชื่อมตะวันออกตะวันตก จากสะพานข้ามแม่น้ำเมย
อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก มายัง พิษณุโลก ขอนแก่น สิ้นสุดที่
มุกดาหาร
5. โครงการก่อสร้างทางหลวง 4 ช่องจราจร เชื่อมชายฝั่งตะวันออก จากโครงการพัฒนาชายฝั่งทะเลตะวันออกแหลมฉบัง
มายังสระแก้ว สุรินทร์ ยโสธร สิ้นสุดที่
มุกดาหาร
บทบาทของมุกดาหารหลังจากมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่สอง
ผลจากการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างชาติ
จังหวัดมุกดาหาร สะหวันนะเขต
และโครงการต่าง ๆ ที่จะมารองรับข้างต้นจะส่งผลให้มุกดาหารมีความสำคัญและมีบทบาท
ในด้านต่าง ๆ มากขึ้นคือ.-
1. บทบาทในฐานะเป็นประตูการค้าและการลงทุนสู่อินโดจีน
2. บทบาทในฐานะเป็นฐานการผลิตด้านอุตสาหกรรมที่จะเชื่อมโยงสู่กลุ่มประเทศอินโดจีน
และประตูไปสู่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกของไทย (Eastern Seaboard
Development Programme)
3. บทบาทในฐานะศูนย์กลางการฟื้นฟูบูรณะอินโดจีน ในแง่การเงินการธนาคาร การบริการ
ด้านวิชาการ การวิจัยและศูนย์กลางการถ่ายทอดเทคโนโลยี
4. บทบาทในฐานะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เชื่อมโยงสู่แหล่งท่องเที่ยวระดับ
โลกของกลุ่มประเทศอินโดจีน เช่น นครวัต นครธม ในประเทศกัมพูชา น้ำตกหลี่ผี ในสปป.ลาว
และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ ๆ ของประเทศเวียดนาม เป็นต้น
ข้อมูลจาก
www.mukweb.com
สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
